ทั่วๆ ไป

บุคคลที่ประสบความสำเร็จเค้ามีคุณสมบัติอะไรบ้าง

Eric Thomas

 

ในยุคโลกาภิวัฒน์แบบนี้ คุณต้องก้าวให้ทันโลก คงไม่มีใครเถียงนะคะว่า หมดยุค การทำงานแบบซังกะตายไปนานแล้ว โดยเฉพาะคุณๆที่เริ่มมีอายุ มากขึ้น มิฉะนั้นละก้อ เด็กรุ่นใหม่คงจะแซงหน้าไปจนคุณตามไม่ทัน หนทางสที่จะไปให้ถึงดวงดาวที่ คุณควร ท่องไว้ให้ขึ้นใจ และทำให้ได้มี7 ประการดังนี้ค่ะ

พยายามหาจุดดี จุดด้อยของตนเองให้พบ และใช้มันให้เป็นประโยชน์ เช่น คุณที่ชอบเดินทาง อาจ หันเหชีวิตตนเองไปทำงานด้านการ ท่องเที่ยว หรือคุณที่รักความงาม อาจทำงานเกี่ยวกับความสวย ความงาม (เผื่อว่ามีแมวมอง ชักนำเข้าสู่วงการในที่สุด) คุณๆที่ชอบ ทำงานเกี่ยวกับหนังสือ อาจไปทำงานเป็นพนักงานซีร็อก เอ้ย …. เจ้าหน้าที่ห้องสมุด หรือเปิดร้านหนังสือค่ะ

เอาชนะความกลัวด้วยความกล้า ในสิ่งที่คุณไม่เคยกล้า คนบางคนอาจ รู้สึกไม่มั่นใจในการออกไปดู หนัง เดินช้อปปิ้งคนเดียว หรือในสำนักงาน บางวันที่เพื่อนรักของคุณเกิดป่วยกระทันหัน ทิ้งให้คุณต้องทาน ข้าว คนเดียว ทำให้คุณเกิดอาการมือไม้สั่น กะระยะการตักอาหาร เข้าปาก ไม่ถูก หรือไม่มั่นใจเมื่อคุณต้องนำเสนองานในที่สาธารณะ ดังนั้นคุณจง รวบรวมความกล้า และทำในสิ่งที่คุณคิดว่าคุณไม่กล้าบ่อยๆ คุณจะชิน และทำได้ดีขึ้นตามลำดับค่ะ

เรียนรู้การใช้อินเตอร์เนต เพราะเดี๋ยวนี้ คุณจะหาข้อมูลต่างๆ ได้จากเว็ปไซท์ บางเว็ปให้ความรู้แก่คุณ สำหรับคนที่ต้องการหางานทำ หรืออยากรู้เกี่ยวกับกระบวนการสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ เขียน ประวัติส่วนตัว การสอบสัมภาษณ์ เทคนิคการขอขึ้นเงินเดือน หรือ การเขียนโครงการต่างๆ ก็สามารถหาข้อมูลได้ เพียงแค่ปลายนิ้วค่ะ

เห็นคุณค่าของตนเอง …. ตรงนี้อยากให้คุณมองว่า คุณเป็นคนที่มีคุณค่า มีความรู้ ความสามารถ และบางคนอาจแถม พกด้วยประสบการณ์อันน่า ตะลึงพรึงเพริด ถามตัวเองซิคะว่าคุณมีความก้าวหน้าในงานที่ คุณทำ อยู่ได้อย่างไรบ้าง และบริษัทเองเห็นคุณค่าตรงนี้ของคุณหรือเปล่า หากเปล่าละก้อ ไม่ผิดหรอกค่ะหากจะมองหางานใหม่ ที่คุณจะได้ใช้ ความรู้ ความสามารถของคุณเองอย่างเต็มที่ แต่หากคุณคิดว่า ตนเอง ยังไม่มีความโดดเด่นในงานมากพอ อย่าเพิ่งหยิ่งเชิดนะคะ ทางที่ดี คุณควรอดทนกับการทำงาน แล้วประสบการณ์จะสอนคุณเองค่ะ

อย่าไว้ใจใครอย่างหน้ามืดตามัว ….. ไม่ได้หมายความว่าให้คุณเป็น คนช่าง ระแวงนะคะ แต่อยากให้ คุณเป็นตัวของตัวเอง ไม่ไว้ใจ ใครเกินไป และมีคาถาประจำใจว่า “คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ” หากวันหนึ่ง คุณ พบว่า คนที่ใกล้ชิด และสนิทกับคุณไม่ได้เข้าข้างคุณเลย แม้แต่ น้อยในเวลาคับขัน คุณจะได้ไม่รู้สึกว่าโลกเศร้าไงคะ

จัดแจงกับชีวิตของคุณให้ดี เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ และจัดแจงแฟ้มให้เป็นหมวดหมู่ จดหมาย หรือเอกสาร ค้างปีที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณ ก็ไม่ต้องไปเสียดาย มันนะคะ กำจัดมันไปให้หมด รวมไปถึงจัดของใช้ส่วนตัว เช่น กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเครื่องสำอางค์ หรือแม้แต่ตู้เสื้อผ้าของคุณ เพื่อให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณดีขึ้นค่ะ

รักษาสุขภาพอนามัยของคุณฯให้ดีค่ะ เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกเครียด พยายามหาโอกาสทำกิจกรรมคลายเครียดวันละ 1 อย่าง หรือไม่ก็หามุมพักผ่อนให้กับตัวเอง โดยนั่งพักในที่สบายๆเพียงแค่ 5-10 นาทีต่อวันก็เพียงพอค่ะ ไม่จำเป็นต้องถึงกับนั่งสมาธิก็ได้ค่ะ ถ้าหากคุณมีทัศนคติที่ดีต่อตัวคุณเอง ดูแลและรู้จักวิเคราะห์ตนเอง และเตรียมพร้อมในการทำงานอย่างที่กล่าวมาแล้วนี้ ความสำเร็จจะไปไหนเสียคะ ดังนั้นที่ว่า “วางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” จึงเป็น

หลายคนคงกำลังคิดว่า จะต้องทำยังไงถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต มีเงินทอง มีทรัพย์สินมากมาย มีความมั่งคั่ง บังเอิญว่าผู้เขียนไปเจอคำพูดดีๆ เข้า เลยเอามาฝากกัน มันเป็นความบังเอิญที่ผู้เขียน เข้าไปหาดูวิดีโอใน Youtube เพื่อหาแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ แรงปลุกใจ แรงผลักดัน ในการสร้างกล้ามออกกำลังกายหนักๆ ก็เลยไปเจอสิ่งนี้เข้า พอผู้เขียนได้ฟังสิ่งที่เขาพูด ก็ขนลุกเลย นี้ละที่ต้องการ (โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนเป็นคนชอบฟังเพลง Rap และชอบฟังสำเนียงคนผิวดำอเมริกาอยู่แล้ว พอได้ฟังที่เขาพูดเลยฮึกเหิมขึ้นมาทันที) คนที่ผู้เขียนกำลังจะพูดถึง นี้เขาก็คือ อีริค โทมัส (Eric Thomas) นักพูดปลุกใจ ปลุกพลัง ชาวอเมริกา เป็นหนึ่งในบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เอาละครับ มาดูกันว่าเขาพูดว่าอะไรบ้าง

ก่อนที่เขาจะพูด เขาได้บอกว่า ใครก็ตามที่ทำ 3 สิ่ง ที่เขาจะพูดในคืนนี้ได้ คนๆ นั้นจะสามารถประสบความสำเร็จในทุกๆ สิ่งที่เขาต้องการในชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม

สิ่งแรก

ก่อนที่จะบอกว่าสิ่งแรกนี้คืออะไร อีริค โทมัส ได้เล่าเรื่องให้ผู้มาฟังว่า มีชายหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งอยากมีรายได้เจ็ดหลัก และกลายเป็นเศรษฐี ชายหนุ่มวัยรุ่นคนนี้ก็เลยเดินทางไปหาผู้รู้ เพื่อจะถามผู้รู้ว่า

“ต้องทำยังไงเขาถึงจะรวย มีรายได้เจ็ดหลัก เป็นมหาเศรษฐีและประสบความสำเร็จอย่างที่เขาต้องการ เหมือนผู้รู้บ้าง”

ผู้รู้ก็เลยบอกชายหนุ่มวัยรุ่นคนนี้ว่า

“ได้สิ ถ้าเธออยากรู้ ว่าทำยังไงถึงจะมีรายได้เจ็ดหลัก กลายเป็นเศรษฐี และประสบความสำเร็จอย่างฉันบ้าง พรุ่งนี้ตีสี่ให้ไปพบกับฉันที่ชายหาด แล้วเธอจะได้รู้”

ชายหนุ่มวัยรุ่นมึนงงและพลางคิดในใจว่า

“ฉันไม่ได้อยากฝึกว่ายน้ำ ไม่ได้อยากดูพระอาทิตย์ขึ้น ฉันอยากรู้วิธีทำเงินให้ได้เยอะๆ”

แต่ก็ตกปากรับคำผู้รู้ไป พอถึงวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มวัยรุ่นก็เดินทางมาพบผู้รู้ที่ชายหาดตามเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้ พอชายหนุ่มวัยรุ่นมาถึง ผู้รู้ก็เอ่ยปากถามชายนุ่มวัยรุ่นว่า

“เธออยากมีรายได้เจ็ดหลัก อยากเป็นเศรษฐีอยากที่จะประสบความสำเร็จเหมือนกับฉันจริงไหม เธออยากมากแค่ไหน?”

เด็กหนุ่มวัยรุ่นก็เลยตอบว่า

“อยากมากๆ ผมอยากมีรายได้เจ็ดหลัก อยากเป็นเศรษฐี อยากประสบผลสำเร็จเหมือนกับคุณใจจะขาดอยู่แล้วครับ”

พอได้ฟังคำตอบจากชายหนุ่มวัยรุ่น ผู้รู้ก็เลยบอกว่า

“งั้นเอางี้ เธอเดินลงน้ำไปกับฉัน”

ชายหนุ่มวัยรุ่นก็เลยคิดในใจว่า

“ตาแก่คนนี้มันเพี้ยนรึเปล่าวเนี้ย ถามว่าทำยังไงจะมีรายได้เจ็ดหลักเป็นเศรษฐี ประสบความสำเร็จเหมือนกับตาแก่บ้าง ดันมาให้เราทำอะไรบ้าๆ บอๆ ซะได้”

แต่ชายหนุ่มวัยรุ่นคนนี้ก็ยังทำตามที่ตาแก่ผู้รู้บอกอยู่ดี ยอมเดินลงไปในน้ำ เดินลงไปจนถึงระดับหัวเขา ผู้รู้เลยบอกชายหนุ่มวัยรุ่นว่า

“เดินต่อไปกับผมอีก”

จนถึงระดับเอวชายหนุ่มวัยรุ่นก็หยุด แต่ผู้รู้ก็บอกว่า

”ให้เดินต่อไปกับฉันอีก”

เดินลงไปจนระดับน้ำถึงหน้าอก ชายหนุ่มวัยรุ่นจึงหยุดอีก แต่ผู้รู้ก็พูดขึ้นมาอีกว่า

”ให้เดินต่อไปกับฉันอีก”

ชายหนุ่มวัยรุ่นรู้สึกสับสนแต่ก็ยังทำตามที่ผู้รู้อีก เดินลงไปในน้ำ จนระดับน้ำอยู่ที่คอ ชายหนุ่มวัยรุ่นจึงหยุดอีก แต่ผู้รู้ก็ยังบอกว่า

“ให้เดินลงไปกับฉันอีก”

ชายหนุ่มวัยรุ่น ก็เดินต่อไป พร้อมกับคิดในใจว่า

“ตาแก่ผู้รู้คนนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

แต่ก็ยังเดินต่อไป จนเดินต่อไปไม่ไหว ชายหนุ่มวัยรุ่นจึง พยายามจะเดินกลับเข้าหาฝั่ง ตาแก่ผู้รู้เห็นเด็กหนุ่มพยายามจะเดินกลับเข้าหาฝั่ง เลยตะโกนถามเด็กหนุ่มวัยรุ่นว่า

“ไหนเธออยากประสบความสำเร็จหนักหนาไง จงเดินต่อไป”

ชายหนุ่มวัยรุ่นจึงพยายามเดินลงให้ลึกลงอีก จนไม่สามารถเดินต่อไปได้อีกแล้ว ทันใดนั้นตาแก่ผู้รู้ก็จับหัวชายหนุ่มวัยรุ่นกดน้ำ ชายหนุ่มวัยรุ่นตะเกียกตะกายหาทางเอาชีวิตรอดจนเกือบจะหมดสติ ผู้รู้จึงปล่อยให้ชายหนุ่มวัยรุ่นขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ ทันทีที่ชายหนุ่มวัยรุ่นขึ้นมา ผู้รู้ถามทันทีว่า

“ตอนที่เธอจมน้ำอยู่ เธอคิดอะไร”

ชายหนุ่มวัยรุ่นตอบ

“ผมคิดแต่จะหายใจ เพื่อเอาชีวิตรอด”

ผู้รู้ตอบ

“ใช่นั้นละ เคล็ดลับของความสำเร็จ”

สิ่งแรกก็คือ

“เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการประสบความสำเร็จ มากเท่ากับที่คุณต้องการจะหายใจ เมื่อนั้นคุณจะประสบความสำเร็จ”

ตอนจมน้ำชายวัยรุ่นไม่ได้คิดถึงอะไรเลย ไม่ได้คิดว่าวันนี้จะได้ไปเดทกับสาวรึเปล่า ไม่ได้คิดว่าจะได้ดูฟุตบอลทีมโปรดคืนนี้รึเปล่า สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือ อากาศ เพื่อหายใจ

สิ่งที่สอง

คุณต้องเสียสละตัวตนที่คุณเป็นในปัจจุบัน เพื่อที่จะกลายเป็นตัวตนใหม่ คนส่วนมากไม่ยอมเสียสละตัวตนเดิมเพื่อที่จะกลายเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม รวยกว่าเดิม มั่งคั่งกว่าเดิม เก่งกว่าเดิม คนส่วนใหญ่ไม่ยอมเสียสละเวลาดูทีวี เล่นอินเทอร์เน็ต เวลาไปเที่ยวกับเพื่อหลังเลิกงาน เพื่อที่จะมาพัฒนาตนเอง สิ่งที่สองก็คือ

”เมื่อไหร่ก็ตามที่สละตัวตนเดิมๆ ของคุณเพื่อบรรลุเป้าหมายได้ เมื่อนั้นคุณจะประสบความสำเร็จ”

สิ่งที่สาม

เวลาที่คุณทำอะไรสักอย่างล้มเหลว ไปหาคนช่วย แล้วโดนปฏิเสธ คุณรู้สึกแย่รู้สึกเจ็บ จากความล้มเหลวใช่ไหมครับ แต่ความเจ็บปวดมันก็อยู่กับคุณแค่ชั่วคราว แต่ถ้าคุณล้มเลิก ความล้มเหลวมันจะอยู่กับคุณตลอดไป สิ่งที่สามก็คือ

“เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไม่ล้มเลิกจนกว่าคุณจะประสบความสำเร็จ เมื่อนั้นคุณจะประสบความสำเร็จจริงๆ”