บทความเพื่อความร่ำรวย

วิธีการโปรแกรมจิตเพื่อเป็นเศรษฐีทำได้ง่าย ๆ

โปรแกรมจิต

 

เห็นจากชื่อเรื่องการโปรแกรมจิตแล้ว คิดว่าหลาย ๆ ท่านคงอยากอ่านกัน เพราะเกือบทุกท่านที่เข้ามาในเว็บนี้ ผมเชื่อว่าหลายท่านอยากเป็นเศรษฐี หรือมหาเศรษฐี หรือไม่ถึงกับเป็นเศรษฐีก็ขอให้ร่ำรวยพอสมควร ไม่ยากจน ไม่อัตคัตขัดสนทางการเงิน

สำหรับท่านที่ไม่อยากรวย แต่อยากประสบความสำเร็จทางอื่น ก็อยากเพิ่งผิดหวังครับ เพราะเคล็ดลับนี้เอาไปใช้ดัดแปลงเพื่อประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง

วิธีการโปรแกรมจิตเพื่อเป็นเศรษฐีนี้ ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ และได้ผล เคล็ดลับนั้นอยู่ที่การบอกให้จิตใต้สำนึกรู้ว่าเราต้องการอะไร โดยไม่ต้องสนใจว่าจะได้มาอย่างไร (มิใช่ได้มาโดยไม่ชอบนะครับ) จิตใต้สำนึกของเราจะจัดการให้เอง พาเราไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ง่ายจนเหลือเชื่อใช่ไหม

แล้วจะบอกให้จิตใต้สำนึกรู้ได้อย่างไร ง่ายนิดเดียวครับ ก่อนอื่นต้องรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ต้องอยากจริง ๆ ถ้าอยากไม่จริง ก็ไม่ได้ เขียนออกมาให้ชัดเจน ว่าต้องการอะไร เท่าไร เมื่อใด แล้วท่องออกเสียงด้วยอารมณ์ที่อยากได้จริง ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง แต่ถ้าไม่กล้าท่องออกเสียง ก็อาจท่องในใจก็ได้ แต่อาจจะได้ผลน้อยกว่า ผมเองก็ใช้วิธีท่องในใจ ผมเคยได้ชมรายการโทรทัศน์ มีจิตแพทย์ท่านหนึ่ง กล่าวว่า วิธีโปรแกรมจิตใต้สำนึกวิธีนี้ไม่มีผลเสียใด ๆ ไม่ได้ทำให้บ้า หรือเสียสติแต่ประการใด

เขียนแล้วโปรแกรมจิตโดยการท่องสิ่งที่เป็นด้านบวก เช่น ถ้าอยากมีฐานะดี ไม่ยากจน ไม่ควรท่องว่า “ฉันจะไม่ยากจน” แต่ควรท่องว่า “ฉันจะรวย” หรือ “ฉันกำลังจะรวย” เพราะถ้าท่องว่า “ฉันจะไม่ยากจน” จิตใต้สำนึกจะเน้นการโปรแกรมจิตเข้าไปที่คำว่า “ยากจน” ส่วนคำว่า “ไม่” ซึ่งเป็นประโยคปฏิเสธ จิตใต้สำนึกจะไม่ได้รับเข้าไปครับ อาจทำให้ยากจนมากกว่าเดิมก็เป็นได้ ฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องระวังไว้นะครับ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตรงจุดนี้

จิตใต้สำนึกเป็นจิตที่เราไม่รู้ตัวเปรียบดังภูเขาน้ำแข็งส่วนที่จมอยู่ใต้ทะเลซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าส่วนที่โผล่ให้เห็น(จิตสำนึก) หรือเปรียบจิตใต้สำนึกเป็นยักษ์หลับ ถ้าเราปลุกยักษ์หลับให้ตื่นขึ้นมาทำงานให้เราได้ มันก็จะทำงานให้เราตามที่เราต้องการทุกประการ ทั้งในยามที่เราหลับหรือตื่น รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ยักษ์หลับ (จิตใต้สำนึก) มีพลังมหาศาลยิ่งกว่ายักษ์ตื่น (จิตสำนึก) มากมายมหาศาล

ทำไมเราต้องโปรแกรมจิตใต้สำนึก เพราะจิตใต้สำนึกอาจรับสิ่งผิด ๆ สิ่งที่ไม่ดีเข้าไป โดยไม่รู้ตัว อาทิ คำว่ากล่าว ตักเตือนหรือคำด่า โดยไม่เจตนาที่จะให้คำเหล่านั้นส่งผลในทางลบ แต่เมื่อจิตใต้สำนึกรับเข้าไป มันจะส่งผลให้เป็นไปในทางลบตามคำด่านั้น (เช่น ด่าว่า “แกมันโง่” “แกมันเลว” ก็จะทำให้โง่จริง ๆ หรือเลวจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ผู้ว่ากล่าวตักเตือนหรือด่ามิได้มีเจตนาที่จะให้เป็นไปในทางลบก็ตาม จึงต้องโปรแกรมจิตใต้สำนึกเสียใหม่

เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าจะเขียนและท่องอะไร ขอยกตัวอย่าง

“ทุกวันฉันจะดีขึ้นในทุก ๆ ทาง”
“ฉันจะมีบ้านคอนกรีต 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง มีโรงรถ 1 หลัง ภายในปี พ.ศ. 2560” เป้าหมายที่กำหนดต้องมีทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ “คอนกรีต 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง มีโรงรถ” เป็นเชิงคุณภาพ “1 หลัง” เป็นเชิงปริมาณ “ภายในปี พ.ศ. 2560” เป็นเวลาที่กำหนด
“ฉันจะเป็นคนดี”
“ฉันจะประสบความสุข ความสำเร็จ”
“ฉันกำลังจะรวย”
“ฉันจะมีเงิน 100 ล้านบาท ภายใน พ.ศ. 2570”
“ผมจะมีมิตรที่ดี”
“ผมจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข”

คนส่วนใหญ่อยากรวย แต่ถามว่า เท่าใด เมื่อใด ตอบไม่ได้ จึงไม่รวย หรือรวยช้า เพราะจิตใต้สำนึกไม่รู้แน่ชัดว่าต้องการรวยเท่าใด เมื่อใด จึงไปเรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ

คนจำนวนมากไม่รู้ว่าต้องการอะไรกับชีวิต อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร คนเหล่านี้มักปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม มักถูกกระแสสังคมพัดพาไปในทางไม่ดี ถ้ามีเป้าหมายที่ดี ก็คงไม่หลงไปในทางเลว ถ้าถ้าไม่มีเป้าหมาย จะหลงไปทางเลวได้ง่าย อย่างที่เห็นอยู่มากมายในปัจจุบัน เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ฉ้อโกง เกียจคร้าน เล่นการพนัน เล่นหวย ฯลฯ

หลายท่าน อ่านมาถึงตรงนี้ คงยังไม่เชื่อว่ามันจะเป็นจริงได้หรือ แค่กำหนด เขียนแล้วท่อง ผมเองลองทำดูแล้ว ก็ได้ผลสำเร็จพอสมควร มีสิ่งดี ๆ ที่จะเรียกว่ามหัศจรรย์หลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นกับผม เมื่อต้องการสิ่งใด มักจะมีสิ่งนั้นเข้ามาหาเอง อย่างที่มีผู้กล่าวว่า “โอกาสมีเสมอสำหรับผู้แสวงหา” และมาหาเราเอง แต่ถ้าไม่อยาก ไม่คิด ไม่กำหนด ไม่แสวงหาย่อมไม่เห็นโอกาสแม้มันจะมาอยู่ตรงหน้าก็ตาม ผมคิดว่าวิธีโปรแกรมจิตใต้สำนึกวิธีนี้ง่ายและได้ผล ผมเชื่อมั่นในวิธีการนี้ซึ่งทางพุทธศาสนาก็สอนว่า จิตใจเป็นใหญ่ แต่ไม่ควรโลภจนเกิดไป และควรตั้งอยู่ในศีลธรรม

ลองดูนะครับ มหาเศรษฐีทั้งหลายก็ใช้วิธีการโปรแกรมจิตทำนองนี้กันทั้งนั้น ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ไม่ลองไม่รู้ครับ