รวยด้วยการขายขนมเสน่ห์จันทร์ พร้อมสูตรวิธีทำขนมเสน่ห์จันทร์

 

สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 1

ส่วนผสม

– แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
– แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
– ผงจันทน์เทศป่น 1/2 ช้อนชา
– หัวกะทิ 4 ถ้วย
– น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
– ไข่ไก่ 4 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)
– น้ำตาลปี๊บสำหรับทำขั้วผลจันทน์
– เทียนอบขนม

วิธีการทำขนมเสน่ห์จันทร์

– ขั้นตอนแรก เราจะเริ่มจากการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และผงจันทน์เทศป่นเข้า ด้วยกัน นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าดี จากนั้นก็พักไว้
– เปิดไฟตั้งหม้อใช้ไฟอ่อน แล้วใส่หัวกะทิและน้ำตาลทรายใส่หม้อ ค่อย ๆ คนจนน้ำตาลละลายไปในน้ำกะทิจนไม่มีเกล็ดน้ำตาล เสร็จแล้วก็เอาน้ำกะทิมากรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำกะทิที่ใสไม่มีเกล็ดน้ำตาล นำน้ำกะทิที่ได้ไปผสมกับแป้ง ที่เตรียมไว้
– แล้วนำส่วนผสมที่ได้ ไปตั้งบนไฟอีกครั้งให้ใช้ไฟอ่อน แล้วค่อยๆกวนจนส่วนผสมข้นดีแล้วจึงยกลง
– ต่อมาเราจะทำการใส่ไข่แดงทีละฟอง คือเราต้องตอกไข่แล้วเลือกเฉพาะไข่แดงไม่เอาไข่ขาว โดยใส่ไข่แดงลงไปในส่วนผสมแป้งน้ำตาลกะทิแล้วคนทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วก็ไปตั้งไฟโดยใช้ไฟอ่อนอีกครั้ง ทำการกวนต่อจนส่วนผสมทั้งหมดมีการจับตัวเหนียวให้พอปั้นได้ แล้วจึงปิดไฟ
– จากนั้นเราจะปั้นส่วนผสมที่ได้มาเป็นทรงกลม ลักษณะจะคล้ายผลจันทน์ แล้วแต่งจุกด้วย น้ำตาลปี๊บเคี่ยวเสร็จแล้วจึงนำมาหยอด ให้มีลักษณะคล้ายจุกบนผลจันทน์
– เมื่อได้ขนมที่ปั้นและแต่งลักษณะคล้ายผลจันทน์แล้ว เราจะนำขนมไปอบควันเทียน เสร็จแล้วสามารถนำไปรับประทานได้ทันที หรือจะเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อจะรับประทานภายหลังก็ได้

สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 2

ส่วนผสม

– แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
– แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
– หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
– น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
– ไข่ไก่ 2 ฟอง
– ผงจันป่น 1/2 ช้อนชา
– สีผสมอาหารสีเหลือง

วิธีการทำ ขนมเสน่ห์จันทน์

– เราจะเริ่มทำขนมเสน่ห์จันทน์ด้วยการผสมแป้งทั้งสองชนิด คือแป้งข้าวเจ้ากับแป้งข้าวเหนียวเข้าด้วยกัน เมื่อผสมจนแป้งทั้งสองชนิดเข้ากันดีแล้ว ก็ทิ้งไว้ก่อน
– จากนั้นก็ตั้งไฟโดยให้ใช้ไฟแบบอ่อน ๆ แล้วผสมหัวกะทิกับน้ำตาลลงในหม้อ ค่อย ๆ กวนน้ำตาลให้ละลาย ต้องระวังอย่าให้น้ำตาลไหม้ เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้วเราก็จะกรองหัวกะทอด้วยผ้าขาวบาง แล้วจะนำกะทิที่ไปผสมกับแป้งและผงจันป่นสีเหลือง
– จากนั้นเราก็จะนำส่วนผสมที่ได้ไปตั้งไฟอ่อน แล้วค่อย ๆ กวนจนส่วนผสมทั้งหมดจับตัวเป็นก้อน อย่าลืมต้องค่อย ๆ กวนและไฟต้องอ่อน เพื่อไม่ให้ส่วนผสมไหม้ติดหม้อ เมื่อกวนเสร็จแล้วก็ปิดไฟพักไว้
– แล้วให้นำไข่ไก่หรือไข่เป็ดมาตอกเอาแต่ไข่แดง โดยไข่เป็ดสีของขนมจะสวยกว่าไข่ไก่ แต่จะมีกลิ่นคาวมากกว่าไข่ไก่ นำไข่แดงที่ได้ไปใส่ในหม้อที่มีส่วนผสมอยู่ ให้ใส่ขณะที่ส่วนผสมทั้งหมดยังร้อน รีบคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันแล้วยกลง
– เมื่อทิ้งขนมจนคลายร้อน พอให้ขนมอุ่นปั้นได้ ให้ปั้นเป็นทรงกลมคล้ายรูปผลจันทน์ ตรงขั้วผลใช้น้ำตาลเคี่ยวสีน้ำตาลหยอดเป็นจุก โดยลักษณะที่ดีของขนมเสน่ห์จันทน์นั้นจะมีสีเหลืองทอง สวยงาม ขนมจะแห้งแต่ไม่ควรแข็งและเหนียว รสชาติของขนมหวาน หอม และมัน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รับประทานได้

สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 3

ส่วนผสม

– แป้งข้าวเหนียว 1/4 ถ้วย
– แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
– น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
– กะทิ-กล่อง (แยก 1/2 ถ้วยไปผสมไข่แดง) 1 1/2 ถ้วย
– ไข่แดงไข่ไก่ (ผสมกะทิ 1/2 ถ้วย) 1 ฟอง
– ผงลูกจันทน์ป่น 1 ช้อนชา
– ผงโกโก้ 1 ช้อนชา
– ผ้าขาวบาง ถาดใส่ผ้าชุมน้ำวางข้างกระทะที่กวนขนม

วิธีการทำขนมเสน่ห์จันทน์

– นำอ่างมาใส่ส่วนผสมทั้งแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ผงจันทน์ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นให้ค่อย ๆ ใส่กะทิ 1 ถ้วย แล้วทำการคนส่วนผสมให้เข้ากันด้วยพายยาง ค่อย ๆ เพื่อให้น้ำตาลละลาย
– จากนั้นให้ตอกไข่ไก่แล้วเลือกใช้เฉพาะไข่แดง นำไข่แดงที่ได้มาผสมกะทิ 1/2 ถ้วย แล้วคนไข่แดงกับกะทิให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมากรองด้วยผ้าข้าวบาง
– นำกะทิที่ผสมไข่แดงมาเทใส่กระทะทอง ให้ใช้ไฟอ่อน ๆ ทำการกวนช้าๆ เป็นวงกลม เมื่อส่วนผสมทั้งหมกเริ่มข้นขึ้น ให้กวนอีกแบบคือแบบชักไปขึ้นลงช้าๆ แต่ไม่กระชาก
– ระหว่างการกวนขนมนั้น ให้ลองใช้มือแตะข้างกระทะทองเพื่อทำการตรวจดูอุณหภูมิ ถ้ากระทะร้อนเกินมือจับได้ ให้ยกลงวางบนถาดที่มีผ้าเปียกน้ำ แล้วก็กวนขนมต่อไป จนเมื่อกระทะเริ่มเย็นตัวลง แล้วถึงยกขึ้นตั้งไฟใหม่ ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต้องใช้เวลากวนประมาณ 1 1/2 ชม
– จากนั้นเราจะได้แป้งข้นเหนียว แบ่งแป้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อผสมผงโกโก้ แล้วมาทำเป็นขั้วจุก แล้วนำส่วนที่เหลือไปกวนต่อเล็กน้อย แล้วถึงยกลงจากเตาได้
– ให้ปั้นขนมเป็นก้อนกลม ทำให้เป็นรอยบุ๋มเล็กน้อยตรงกลาง ส่วนที่ผสมโกโก้นั้นจะเป็นขั้วจุกสามแฉกใส่ตรงกลางลูก หรือปั้นเป็นเส้นเล็กๆ แล้วขดเป็นวงกลมแปะด้านบนก็ได้ อาจอบควันเทียนเพื่อให้ขนมมีความหอม ลักษณะขนมที่ได้นั้น ลักษณะเนื้อขนมด้านๆ เป็นเนื้อทราย เรียบร้อยแล้วก็จัดใส่จานพร้อมรับประทาน

error: Content is protected !!