รวยด้วยการขายขนมฟักเขียวกวน พร้อมสูตรวิธีทำขนมฟักเขียวกวน

ขนมฟักเขียวกวน สูตรที่ 1

ส่วนผสม

1. ฟักเขียวแก่ขูดหรือบด 1 1/2 ถ้วยตวง
2. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
3. แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
4. แป้งข้าวเหนียว 1/4 ถ้วยตวง
5. แป้งเท้ายายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
7. หัวกะทิ 50 กรัม
8. ถั่วลิสงคั่วบุบ 1/4 ถ้วยตวง
9. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
10. น้ำใบเตยสีเขียวเข้ม 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำ แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว แป้งเท้ายายม่อม มาผสมเข้าด้วยกัน แล้วใส่หัวกะทิ น้ำตาลทราย และ เกลือป่น ลงไปนวดให้เข้ากันอีกครั้ง ตามด้วยฟักเขียวที่ขูดไว้ใส่ลงไปกวนรวมกันปิดท้าย
2. นำส่วนผสมทั้งหมดตั้งไฟกลางระหว่างที่กวนพอส่วนผสมเริ่มร้อนให้ใส่น้ำใบเตยสีเขียวเข้มลงไปเพื่อเพิ่มสีของขนมให้มีสีเขียว สมชื่อขนมฟักเขียวและยังได้กลิ่นของใบเตยอีกด้วยครับ กวนจนส่วนผสมหนืดเหนียวจับตัวเป็นก้อนเล็กน้อยไม่ติดกระทะมากนัก ปิดไฟยกลงได้
3. นำขนมมาเทใส่ถ้วยเล็กๆหรือใส่ถาดแล้วค่อยตักแบ่งทาน จากนั้นโรงด้วยถั่วลิสงบุให้ทั่วหน้า กดถั่วลงบนขนมเบาๆ ได้นะครับ เสร็จการทำครับ

ขนมฟักเขียวกวน สูตรที่ 2

ส่วนผสม

1. ฟักเขียวขูดเป็นเส้น 2 ถ้วยตวง
2. หัวกะทิ 200 กรัม
3. แป้งมัน ½ ถ้วย
4. แป้งข้าวเจ้า ¼ ถ้วย
5. แป้งเท้ายายม่อม ½ ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทราย ¼ ถ้วย
7. เกลือป่น ¼ ช้อนชา
8. กระทงใบตองหรือถ้วยตะไลถ้วยตะไล

วิธีการทำ
1.ผสมแป้งทั้งสามอย่างลงในชามผสม เทหัวกะทิ 1/3 ถ้วย ตามลงไป นวดแป้งให้เข้ากัน
2.ใส่น้ำตาลลงไปกวนผสมให้น้ำตาลละลายเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
3. ใส่หัวกะทิที่เหลือ ใส่เกลือ กวนให้เข้ากัน
4. ใส่ฟักขูดเส้นลงไปกวนรวมกับส่วนผสมอื่นๆ
5. นำขนมไปนึ่งในลังถึงหรือซึ้งนึ่ง โดยนำถ้วยตะไล หรือกระทงใบตอง มาวางเรียงในลังถึงหรือซึ่ง
แล้วหยอดขนมลงในถ้วยหรือกระทงใบตอง ใช้ไฟอ่อนนะครับ
6.เมื่อขนมสุกยกลงจากเตา จัดใส่จานเสิร์ฟรับประทานได้ครับ

ขนมฟักเขียวกวน สูตรที่ 3

วัตถุดิบขนมฟักเขียว

1. ฟักเขียวขูดฝอย(บีบน้ำออกก่อน) 1 ½ ถ้วยตวง
2. แป้งข้าวเจ้า ½ ถ้วยตวง
3. แป้งมัน ¼ ถ้วยตวง
4. แป้งข้าวเหนียว ¼ ถ้วยตวง
5. แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
6. กะทิ 4 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง
8. เกลือ ¼ ช้อนชา
9. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ¼ ถ้วยตวง
10.ใบตอง หรือถาดใหญ่ 1ถาด

วิธีทำ

1. ถ้าใช้ใบตองให้นำใบตองมาทำเป็นกรวยแหลมเพื่อใส่ขนมลงนึ่ง โดยเวลาตักขนมใส่กรวยไม้ต้องตักใส่จนเต็มกรวยเพราะเวลาวางขนมอาจไหลออกมาครับ ตักแค่เกือบเต็มกรวย หรือถ้าไม่สะดวกใช้ใบตองเย็บเป็นกระทงก็ได้ครับ การใช้ใบตองเพื่อให้ได้กลิ่นของใบตอง แต่ถ้าใช้ถาดก็เตรียมถาดไว้ใส่อย่างเดียว ถาดใช้เพื่อความสะดวกละความยุ่งยากในการเย็บใบตองครับ
2. เลือกฟักแก่จัด โดยดูที่เปลือกฟักจะต้องมีนวลหรือลักษณะแป้งขาวๆขึ้นที่เปลือก นำมาปอก
เปลือกและขูดเอาแต่เนื้อ ให้ได้ 1 ½ พักไว้สักครู่สังเกตว่าถ้ามีน้ำฟักออกมาให้นำมาบีบน้ำออก
3. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว แป้งท้าวยายม่อม มาร่อนด้วยตะแกรงร่อนแป้ง สัก2รอบ จะทำให้แป้งเข้ากันดี แล้วกวนแป้งด้วยมือเราอีกครั้งให้เข้ากันดี
4. เมื่อผสมแป้งทุกตัวเข้ากันดีแล้ว ให้นำ ฟักเขียว กะทิ น้ำตาลทราย มาใส่ลงในแป้ง คลุกเคล้าให้เข้ากันและให้ส่วนผสมเหลวเป็นยางมะตูม
5. ตักส่วนผสมใส่ใบตองหรือถาดรอไว้ก่อน
6. เตรียมรังถึงหรือซึ้งนึ่ง ยังไม่ต้องนึ่งขนมตอนนี้ ตั้งไฟแรงรอจนน้ำเดือดแล้วจึงเปลี่ยนให้เป็นไฟปานกลาง
7. นำขนมจัดเรียงใส่บนซึ้งนึ่งได้ครับ
8. เมื่อขนมสุกโรยมะพร้าวขูดเส้นที่หน้าขนม เสร็จขั้นตอนการทำแล้วครับ

ขนมฟักเขียวกวน สูตรที่ 4

ส่วนผสม

1. ฟักเขียวแก่ขูดแบบละเอียด 3 ถ้วยตวง
2. แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วยตวง
3. แป้งมัน 3/4 ถ้วยตวง
4. แป้งข้าวเหนียว 3/4 ถ้วยตวง
5. แป้งเท้ายายม่อม 6 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊บ 3 ถ้วยตวง
7. หัวกะทิ 150 กรัม
8. ถั่วลิสงคั่วบุบ หรือมะพร้าวขูดเส้น 3/4 ถ้วยตวง
9. เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
10. สีผสมอาหาร 3 สี สีละ 3 ช้อนโต๊ะ

(ถ้าใช้สีมากกว่านี้จะเสียเวลาในการกวนขนมและจะทำให้น้ำฟักออกมามากเกินไประหว่าง รอสีอื่นกวนบนกระทะ แต่ถ้าทำหลายคน ก็สามารถทำหลากหลายสีตามต้องการได้โดยต้องคำนึงถึงสัดส่วนของส่วนผสมด้วยนะครับ)

วิธีทำ

1. นำ แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว แป้งเท้ายายม่อม มาร่อนในตะแรงร่อนแป้ง แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันในชามผสม
2. ใส่หัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ลงไปนวดกับแป้งทั้งหมด กวนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
3. ใส่ฟักเขียวที่ขูดไว้ไป แล้วกวนรวมให้ฟักเขียวเข้ากับส่วนผสมทั้งหมดเป็นอย่างดี จนกระทั่ง ส่วนผสมทั้งหมดเหนียวหนืด
4. แบ่งส่วนผสมที่กวนได้ที่แล้ว ออกเป็น 3 ถ้วยเท่าๆกัน
5. นำส่วนผสมทั้งหมดตั้งไฟกลาง พอกวนจนเริ่มหนืดให้ใส่สีผสมอาหารแล้วกวนให้เข้ากัน
เมื่อขนมหนืดจับตัวเริ่มเป็นก้อนเล็กน้อย ยกลงตักใส่ถาดหรือถ้วยตะไลไว้ ทำทีละสีจนครบ
6. โรยหน้าขนมด้วยมะพร้าวขูดเส้น หรือโรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วบุก็ได้ครับ เสร็จขั้นตอนการทำครับ

error: Content is protected !!