รวยด้วยการขายขนมตาล พร้อมสูตรวิธีทำขนมตาล

สูตรขนมตาล สูตรที่ 1

ส่วนผสม ขนมตาล
1. ลูกตาลสุก 2-3 ลูก
2. แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
3. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
4. กะทิ 1 ถ้วย
5. หัวกะทิ ½ ถ้วย
6. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอยสำหรับโรยหน้า
7. เกลือป่น 1 ช้อนชา
8. ถ้วยใบตองสำหรับนึ่ง

วิธีทำขนมตาล

1. นำลูกตาลที่เตรียมปลอกเปือกออกแล้วขูดเอาเนื้อตาล แยกใส่ถ้วยไว้ ส่วนลูกตาลที่เหลือให้เอาไปขยำกับน้ำสะอาดเล็กน้อย พยายามขยำให้เนื้อที่ติดอยู่ที่เส้นใยหลุดออกมาให้หมด แล้วนำเนื้อตาลที่ได้ทั้ง 2 ส่วนมาผสมกัน กรองด้วยกระชอนแล้วเทใส่ผ้าขาวบาง มัดปากถุงให้เรียบร้อย แขวนตากไว้ให้น้ำหยดออกหมด ซึ่งจะใช้เวลา 1 คืน รุ่งเช้าเราจะได้เนื้อตาลสีเหลืองๆ เนียนๆ อยู่ในผ้าขาวบางที่เราแขวนไว้
2. นำกะทิ ขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไป เคี่ยวจนน้ำตาลละลายดี ยกลงจากเตาแล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
3. นำเนื้อตาลที่เราได้ มาผสมกับแป้งข้าวจ้าว ใช้มือนวดให้เข้ากันดี แล้วจึงค่อยๆ เทกะทิที่เย็นแล้วลงไป ใช้มือนวดจนกว่าส่วนผสมทุกอย่างจะเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำแป้งที่เรานวดแล้วใส่ภาชนะที่ปิดฝาได้ ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 5 ชั่วโมง การตั้งทิ้งไว้แป้งจะทำปฏิกิริยากับเนื้อตาลซึ่งมียีสต์ธรรมชาติอยู่ ทำให้ไม่ต้องใส่ผงฟูช่วย และหากได้ที่แล้วสังเกตได้ง่ายๆ ว่าแป้งจะมีฟองผุดขึ้นมา
4. นำแป้งหยอดใส่กระทงใบตองที่เราเตรียมไว้ แล้วนำใส่ซึ้งนึ่งประมาณ 10-15 นาที เมื่อสุกแล้วให้จัดใส่จาน โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึก ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

สูตรขนมตาล สูตรที่ 2

ส่วนผสมขนมตาล

1. เนื้อตาล ½ ถ้วย
2. แป้งข้าวเจ้า 160 กรัม
3. กะทิ 1 ถ้วยตวง
4. แป้งเชื้อ 1 ช้อนโต๊ะพูน
5. น้ำตาลทรายและน้ำตาลปี๊บ 160 กรัม
6. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ½ ถ้วยตวง
7. เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำขนมตาล

1. แป้งเชื้อ ในที่นี่หมายถึง ขนมตาล ที่เรายังไม่ได้นึ่ง แล้วเก็บไว้เล็กน้อย เพื่อใช้เติมเป็นเชื้อในการทำขนมตาลครั้งต่อไป แต่หากเป็นการทำขนมตาลครั้งแรก ก็ต้องเริ่มที่ทำแป้งเชื้อก่อน โดยการนำเอาเนื้อตาล 1 ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ¼ ช้อนชา น้ำเล็กน้อย ผสมเข้าด้วยกัน จะได้ลักษณะแป้งเหลวๆ แล้วจากนั้นปิดฝาหมักทิ้งไว้ 1 คืน เช้าวันรุ่งขึ้นเปิดออกมาแป้งจะฟูขึ้นและมีกลิ่นเปรี้ยว จึงเรียกว่าแป้งเชื้อ
2. ในวันที่ทำแป้งเชื้อ ให้เตรียมเนื้อลูกตาลได้ด้วยเลย เพราะต้องทิ้งระยะไว้ 1 คืนเท่ากัน โดยเริ่มจาก ล้างผลลูกตาลสุกให้สะอาด ปอกเปลือก แบะผลตาลออก และอย่าลืมดึงไส้ตรงกลางออก เพราะตรงส่วนนั้นเรียกว่า ดีตาล ซึ่งจะทำให้ขนมมีรสขม
3. เมื่อดึงดีตาลออกแล้วเรียบร้อย ให้เอายีผลตาลในกะละมัง ใส่น้ำเล็กน้อย ให้เนื้อตาลหลุดออกง่าย แล้วกรองด้วยกระชอน แล้วเทเนื้อตาลและน้ำที่ได้ใส่ลงในผ้าขาวบาง แล้วแขวนทิ้งไว้ 1 คืน
4. ในวันรุ่งขึ้น เราจะได้แป้งเชื้อ และเนื้อตาล เรียบร้อย ให้นำกะทิ ตั้งไฟอ่อนๆ ต้องคนตลอดเวลา พอเดือดเล็กน้อย ให้ยกลงจากเตาแล้วพักไว้ให้เย็น
5. นำแป้งข้าวเจ้ามาผสมกับเนื้อตาลแล้วนวดให้เข้ากัน เติมกะทิเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าแห้ง ใช้เวลานวดประมาณ 10 นาที เมื่อนวดได้ที ใส่แป้งเชื้อและน้ำตาล นวดอีกครั้งให้น้ำตาลละลาย แล้วค่อยๆ ใส่กะทิที่เหลือลงไป ซึ่งคือกะทิที่เราทำในข้อ 4 แต่ต้องรอให้เย็นก่อน
6. เมื่อนวดจนน้ำตาลละลายและส่วนผสมเหนียวได้ที่ ให้ปิดฝา หมักแป้งทิ้งไส้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง
7. เมื่อครบกำหนดเวลา ให้ตักขนมที่เราหมักไว้ลงในกระทง หรือถ้วยตะไลให้เต็ม แล้วแต่งหน้าด้วยมะพร้าวขูดทึนทึก แล้วเรียงนึ่งในซึ้งด้วยไฟแรงประมาณ 15 นาที

สูตรขนมตาล สูตรที่ 3

ส่วนผสมขนมตาล

1. ลูกตาลสุก 1 ผล
2. ข้าวสารเก่า 2 ถ้วยตวง
3. แป้งท้าวยายม่อม ¼ ถ้วยตวง
4. น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
5. หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
6. มะพร้าวขูดฝอย คลุกเกลือเล็กน้อย สำหรับโรยหน้า

วิธีทำขนมตาล

1. ทำความสะอาดลูกตาล แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นขูดเอาเนื้อสีเหลืองให้ได้เยอะที่สุด ตัวลูกตาลที่เหลือให้แช่น้ำไว้ แล้วพยายามยี้เอาเนื้อตาลออกมา ใช้ผ้ากรองเอาเนื้อตาล แล้วเทเอาเนื้อและน้ำที่ละลายเนื้อตาลที่ได้ผูกมัดปากแขวนหรือทับไว้ให้น้ำไหลออกจนแห้ง ใช้เวลาประมาณ 1 คืน
2. นำข้าวสารไปแช่น้ำ แล้วโม่ข้าวให้ละเอียด แล้วทับไว้ให้แห้ง
3. ผสมข้าวสารที่โม่และทับจนแห้งแล้ว กับแป้งท้าวยายม่อม และเนื้อลูกตาลที่เราแขวนไว้จนแห้งแล้ว นวดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนแป้งเป็นเนื้อเนียน ใช้เวลานวดประมาณ 45 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลและหัวกะทิสลับกันไป นวดจนน้ำตาลละลายและหัวกะทิเข้ากันดีกับแป้ง แล้วปิดฝาพักส่วนผสมทิ้งไว้ 5-10 ชั่วโมง
4. ตักแป้งที่พักไว้ใส่ในกระทงหรือถ้วยตะไล โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึกขูด เอาเข้านึ่งให้สุก เมื่อสุกแล้วให้นำออกจากภาชนะแล้วจัดจากพร้อมเสิร์ฟได้ทันที่

error: Content is protected !!