การตลาด

Viral Marketing คืออะไร

viral-marketing

 

Word-of-Mouth (WOM) หรือการบอกต่อกันปากต่อปาก ถือว่าเป็นวิธีการตลาดแบบเก่าที่มีมานานและยังคงประสบความสำเร็จอยู่ตลอดเวลาและในปัจจุบัน โลกได้เปลี่ยนแปลงไปยังโลกยุคอินเตอร์เน็ต Word-of-Mouth ก็ได้มีการต่อยอดพัฒนาการไปสู่ “Viral Marketing” หรือการตลาดแบบการส่งต่อและบอกต่อ โดยมุ่งเน้นไปที่โลก Social Network เป็นหลักนั่นเอง

“Viral Marketing” ที่มาที่ไปของชื่อนั้นก็มาจากรูปแบบของการแพร่ขยายของสื่อที่ปล่อยออกไปดั่งคล้ายกับการขยายตัวของเชื้อไวรัสนั่นเอง และวิธีการโดยหลักนั้นก็มาจากการถ่ายทอดวิธีการบอกต่อ ส่งต่อ แชร์ต่อบนโลก Social Network แต่สิ่งที่บ่งบอกความแตกต่างจากการลงเพียง Content ธรรมดาตาม Blog และ Website ได้อย่างไร !?

หากลองนึกภาพตาม เมื่อเทียบกับรูปสามเหลี่ยมหนึ่งรูปหลักการเผยแพร่สื่อ “Content ธรรมดาเพียงอย่างเดียว” นั้นก็เหมือนการเริ่มปล่อยสื่อที่ด้านฐานของสามเหลี่ยม สื่อจะค่อยค่อยวิ่งไปทางด้านแหลม และนั้นเห็นได้ชัดว่ากลุ่มผู้รับสื่อมีแต่จะแคบลงไปเรื่อยๆ แต่สำหรับ “Viral Marketing” เปรียบเสมือนการเริ่มต้นปล่อยสื่อจากยอดปลายแหลมและใส่สื่อวิ่งไปทางฐาน ซึ่งนั้นก็จะตรงข้าวกันนั้นก็คือกลุ่มผู้รับสื่อจะมีแต่กว้างขึ้น กว้างขึ้นนั้นเอง

“Viral Marketing” และ Social Network Marketing อาจจะเรียกได้ว่าเปรียบเสมือนซึ่งเดียวกันเนื่องจากการทำการตลาดแบบไวรัส นั้นส่วนมากโลดแล่นและโดดเด่นอยู่บนโลก Social Network เป็นหลักนั้นเองไม่ว่าจะเป็นและสองสื่อยอดฮิตอย่าง Facebook.com และ Twitter ถือเป็นอัตราส่วนใหญ่ที่ผู้ประกอบการจะเลือกทำการตลาดแบบ “Viral Marketing”

มากกว่าร้อยละ 50 ของการทำการตลาดแนวนี้สื่อที่ถูกส่งต่อกันมาที่สุดนั้นก็คือ Video Clip และ รูปภาพ สื่อทั้งสองนี้ถือเป็นสื่อพื้นฐานที่สามารถเข้าถึงและส่งต่อกันได้ง่ายมากที่สุดจึงไม่น่าแปลกใจที่สองสื่อนี้จะครองใจเหล่านัก Social ได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดกับกระแสของภาพยนตร์เรื่อง Freelance ที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้ ล้วนแล้วแต่มาจากการทำการตลาดแบบเจาะลึกไปที่ “Viral Marketing” ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นสื่อที่คอยจุดเด่น หรือประเด็นหลักๆเพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ตรงกับชีวิตของกลุ่มผู้บริโภคมากที่สุด เพื่อให้ง่ายต่อส่งต่อและบอกต่อนั่นเอง

และมากกว่าร้อยละ 30 นั้นจะเป็นการบอกต่อและส่งต่อในส่วนของ กิจกรรมดีดีและการเพิ่ม #Hashtag เพื่อสร้างกลุ่มกันตัวอย่างความสำเร็จก็มีให้เห็นมากมายไม่ว่าจะเป็นในกรณีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาในช่วงระเบิดกลางกรุงเทพ #Hashtag อย่าง #PrayforThailand ก็แพร่หลายไปเป็นหลักแสนในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

สิ่งที่ “Viral Marketing” จะประสบความสำเร็จได้นั้นก็มาจากการบอกต่อจากคนคนหนึ่งสู่คนรู้จักอีกคนหนึ่ง และเป็นที่แน่นอนว่าการบอกต่อระหว่างคนรู้จักกันจะน่าเชื่อถือมากว่าการบอกต่อจาก ผู้ประกอบการสู่กลุ่มผู้บริโภคโดยตรงแน่นอน