การงาน

9 เทคนิควิธีปิดการขาย ที่นักขายต้องมี

วิธีปิดการขาย

 

ถ้าพูดถึงนักขายมือทองทุกคน นอกจากจะรู้เทคนิคการนำเสนอสินค้าอย่างไรให้ดูน่าสนใจ และให้ดูน่าซื้อแล้ว นักขายมือทองยังรู้เทคนิควิธีปิดการขายแบบมืออาชีพ และถ้าคุณในตอนนี้เป็นพนักงานขายสินค้า ที่มีความสามารถในการนำเสนอสินค้าได้อย่างน่าสนใจ แต่คุณไม่รู้ว่าจะปิดการขายสินค้านั้นๆ ได้อย่างไร คุณรู้หรือไม่จะเกิดอะไรขึ้น คำตอบนั้นง่ายมาก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณอาจจะขายสินค้าไม่ได้เลย หรือขายได้น้อยมาก และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เราจึงได้รวบรวมเทคนิควิธีปิดการขายจากนักขายที่มีประสบการณ์จริง นำมาให้คุณได้อ่าน ในเนื้อหาด้านล่างต่อไปนี้

1. ใช้คำพูดปิดการขาย

เทคนิคนี้นักขายมืออาชีพจะถนัดมากเป็นพิเศษ มันเป็นการใช้คำพูดเพื่อปูทางไปสู่การปิดการขาย เช่น คุณต้องการสีแดง หรือดีดำดีครับ หรือคุณต้องการของแถมชิ้นไหนดีครับ ประโยคในลักษณะนี้จะทำให้ลูกค้าตอบ โดยการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คุณเสนอมา โดยลืมไปเลยว่าพวกเขามีสิทธิ์ที่จะไม่ซื้อก็ได้

2. ชี้นำถึงการขาย

เทคนิคนี้ใกล้เคียงกับเทคนิคแรกมาก มักใช้ในกรณีที่ไม่มีสินค้าให้กับลุกค้า เช่น ลูกค้าถามถึงร่มสีแดง แต่ร่มสีแดงที่ร้านของคุณขายหมดแล้ว คุณก็สามารถชี้นำให้ลูกค้าสนใจสีอื่นแทนได้ เช่น ขอโทษนะครับ ร่มสีแดงของเราหมดแล้ว คุณพี่ลองเลือกสีอื่นดูสิครับ หรือร่มสีแดงของเราหมดแล้วนะครับคุณพี่ แต่ทางร้านเรายังมีร่มสีเขียวกับสีน้ำเงินอยู่นะครับ สนใจลองชมดูมั้ยครับ เป็นต้น

3. ชี้นำถึงความปลอดภัย

เทคนิคนี้อิงปัจจัยพื้นฐานทาด้านจิตใต้สำนึกของคน โดยปกติแล้วจิตใต้สำนึกของเราจะเลือกสิ่งที่ดี และปลอดภัยเอาไว้ก่อน ดังนั้นเวลาที่คุณขายอะไรก็ตาม คุณจงชี้ถึงความปลอดภัยของสินค้าด้วย เช่น เมื่อคุณเป็นเซลล์ขายรถ คุณได้เสนอขายรถให้กับลูกค้าที่สนใจมาชมรถ รถโดยรวมนั้นดีแล้ว แต่ลูกค้ายังลังเลใจไม่ซื้อ ก็ให้คุณนำเสนอเรื่องระบบความปลอดภัยของรถ ว่ามีระบบตัวถึงที่แข็งแกร่งอย่างไร รวมไปถึงมีระบบกันขโมยที่ดีเยี่ยมอย่างไร อย่างนี้เป็นต้น

4. ประโยชน์ของสินค้า

เทคนิคนี้ให้คุณนำเสนอสินค้าโดยการนำเสนอประโยชน์ของสินค้า เชื่อมโยงเข้ากับตัวของลูกค้า เช่น บอกลูกค้าของคุณไปว่าจะได้รับประโยชน์อะไรจากสินค้าชนิดนี้ เมื่อลูกค้าเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณพูด ก็ให้คุณทำการปิดการขายได้ทันที

5. สังเกตปฏิกิริยาการตอบตกลงหรือการยอมรับ

หมายถึงภาษากายของลูกค้าที่บ่งบอกว่าลูกค้าตกลงจะซื้อสินค้าของคุณแล้ว เทคนิคนี้คุณฝึกได้จากการสังเกต คือ การสังเกตน้ำเสียง และกิริยาท่าทางของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าของคุณโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อฟังคุณพูด ซึ่งแปลว่าเขากำลังสนใจ หรือทำทางอื่นๆ ที่ดูสนใจสินค้าของคุณมาก จังหวะนี้คุณก็สามารถพูดปิดการขายได้เลย

6. ทุกอย่างต้องง่าย และสะดวก

เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขายในการขายสินค้าของคุณ คุณต้องจัดการพูดให้ดูเหมือนทุกอย่างมันง่าย และสะดวกมาก เพราะมนุษย์เราไม่ชอบอะไรที่มันยาก และซับซ้อน มนุษย์เราชอบอะไรที่มันง่าย และสะดวก ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการได้ข้อมูลจากลูกค้า ถ้าคุณให้ลูกค้าของคุณกรองข้อมูลเองโดยตรง พวกเขาอาจจะรู้สึกว่ามันยุ่งยาก จึงไม่อยากจะกรอกข้อมูล แต่ในทางกลับกันถ้าคุณสอบถามแล้วทำการกรอกข้อมูลเอง ลูกค้าของคุณจะยินดีให้ความร่วมมือด้วย เทคนิคนี้นักขายประกันจะใช้กันมากคือ กรอกข้อมูลแทน ทำทุกอย่างแทนหมด ลูกค้าทำเพียงแค่จ่ายเงิน เป็นต้น

7. ปูทางด้วยความเห็นชอบ

เมื่อคุณนำเสนอทุกอย่างเกี่ยวกับสินค้าของคุณเสร็จแล้ว และเห็นสมควรแก่การปิดการขาย คุณอาจจะปูทางสู่การปิดการขาย โดยการพูดอะไรก็ได้ ถามอะไรก็ได้ ที่เกี่ยวข้องกับตัวลูกค้า และตัวสินค้า แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าทุกคำถามของคุณนั้นลูกค้าของคุณต้องตอบเห็นด้วย หรือตอบว่าใช่ จริงด้วย ตกลง เป็นต้น และคำถามสุดท้ายของคุณ ก็คือคำถามปิดการขาย เช่น รับกี่ชิ้นดีครับ รับสีไหนดีครับ รับของแถมเป็นอะไรดีครับ ให้ผมจัดส่งสินค้าไปที่ไหนดีครับ เป็นต้น

8. กระตุ้นด้วยเวลา

เทคนิคนี้เป็นการจำจัดเรื่องของเวลา กดดันให้ลูกค้ารีบตัดสินใจซื้อสินค้าก่อนที่จะหมดเวลาจำหน่ายเช่น คุณพี่ครับ เราลดวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ถ้าคุณพี่ไม่รับสินค้าวันนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะขึ้นราคาตามปกติแล้วนะครับ หรือทำการลดราคาตามเทศกาลต่างๆ เช่น ลดราคาตามเทศกาลสำคัญๆ ต่างๆ แต่ก็ต้องดูตามความเหมาะสมด้วย เพราะโดยปกติในช่วงเทศกาลส่วนใหญ่ลูกค้าจะมาจับจ่ายใช้สอยกันอยู่แล้ว แต่ถ้าร้านของเราช่วงก่อนเทศกาลขายได้ไม่ค่อยดี เราก็ต้องลองใช้วิธีลดราคาเฉพาะในช่วงเทศกาล เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย ไม่ให้ติดลบก็ยังดี เป็นต้น

9. กระตุ้นด้วยจำนวน

เทคนิคนี้เป็นการจำจัดเรื่องของจำนวน เพื่อเป็นการทำให้ให้ลูกค้าต้องตัดสินใจซื้อเดี๋ยวนั้นเลยทันที เพราะสินค้ามีจำนวนจำกัด ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ลูกค้าอาจจะพลาดโอกาส ไม่ได้สินค้าเลยก็เป็นได้ เช่น ร้านของเราเหลือรองเท้ายี่ห้อนี้เพียงแค่ 50 คู่เท่านั้น หมดแล้วหมดเลย เป็นต้น

สรุป

ทั้งหมดนี้คือวิธีปิดการขายที่นักขายสามารถนำไปใช้งานได้จริง แต่ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการวิธีปิดการขาย นักขายต้องรู้วิธีการนำเสนอสินค้า หรือวิธีการขายสินค้าเสียก่อน เพราะการปิดการขายถือเป็นลำดับขั้นสุดท้าย ดังนั้นคุณควรต้องศึกษาเรื่องวิธีการขายสินค้าด้วย เพื่อนำมาผสมผสานกันให้เทคนิควิธีปิดการขายให้ผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการมากที่สุด

และเทคนิควิธีปิดการขายถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวบุคคล ในทางทฤษฎีอาจจะเขียนไว้มากมาย แต่ในทางปฏิบัติจริงเราจะต้องใชการฝึกฝนจากการขายจริงๆ ดูวิธีการขายของเซลล์ที่เก่งๆ คอยเกี่ยวเกี่ยวประสบการณ์ขายให้มีชั่วโมงบินที่สูงขึ้นเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักขายมือทองได้ในที่สุดครับ

เมื่อมีความฝันต้องทำได้ครับ