ธุรกิจโลก

รวยด้วยการทำธุรกิจที่ประเทศจีน

ในยุคปัจจุบันนี้ จีนได้เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากจีนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ของโลก ประกอบกับมีนโยบายพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด และด้วยความที่จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มากในเอเชีย มีประชากรมากที่สุดในโลก ทำให้มีกำลังซื้อที่สูง โอกาสที่นักลงทุนชาวไทยจะเติบโตไปพร้อมกับตลาดจีน จึงมีโอกาสค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม การมีเส้นทางขนส่งที่เชื่อมถึงกัน และความสัมพันธ์ทั้งทางด้านเชื้อชาติ การค้าและการทูตที่มีต่อกันมายาวนาน

ข้อดีในการทำธุรกิจที่ประเทศจีน

– ประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าสำคัญเกือบทุกชนิดของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อไป โดยเฉพาะสินค้าประเภทวัตถุดิบ พลังงาน เคมีภัณฑ์ และสินค้าเกษตร
– การค้าระหว่างไทยกับจีนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
– ในส่วนของภาษีนำเข้า นักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลจีน จะได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในกิจการ รวมทั้งได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับส่วนประกอบและชิ้นส่วนด้วย
– จีนยังให้สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุน โดยในกรณีที่มีการนำผลกำไรที่ได้รับจากการลงทุนกลับไปลงทุนใหม่ (Reinvestment) ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงานอย่างน้อย 5 ปี สามารถขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 40% ของทั้งหมด และหากนำไปลงทุนในโครงการด้านการผลิตเพื่อส่งออก หรือโครงการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจะสามารถขอคืนภาษีได้เต็มจำนวน แต่นักลงทุนต่างชาติต้องจ่ายภาษีไปก่อน แล้วจึงขอเงินภาษีดังกล่าวคืนในภายหลัง
– การลงทุนทั่วไปนั้น นักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่รัฐบาลจีนให้การส่งเสริม จะได้รับการยกเว้นและลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งสูงสุดไม่เกิน 5 ปี เช่น การลงทุนใหม่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 2 ปี นับจากปีแรกที่ได้กำไร จากนั้นอีก 3 ปีถัดไป จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลลงครึ่งหนึ่งจากอัตรา 15% เหลือ 7.5% ของเงินได้สุทธิ
– ส่วนการลงทุนในภาคตะวันตกนั้น นักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนหลังวันที่ 1 มกราคม 2544 จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพิ่มเติมโดยได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อไปอีก 3 ปี รวมระยะเวลาที่ได้รับการยกเว้นและลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุดไม่เกิน 8 ปี และหากเป็นนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในธุรกิจเพื่อส่งออกเกินกว่า 70% ของมูลค่าการผลิตจะได้รับการขยายระยะเวลาในการลดหย่อนต่อไปอีก 3 ปีด้วย รวมระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 11 ปี
– จากนโยบาย “นโยบายมุ่งตะวันตก” (Implementation Measures of the Go-West Policy) ของจีนซึ่งมุ่งส่งเสริมการลงทุนด้านอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตร พลังงาน โทรคมนาคม ขนส่ง อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนธุรกิจบางประเภท เช่น ธนาคาร การประกันภัย การท่องเที่ยว เป็นต้น ส่งผลให้จีนอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุน หรือร่วมลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันตกได้ ต่างจากภาคอื่นๆ ของประเทศที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนได้เพียงบางเขตเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มากกว่าพื้นที่อื่นด้วย

ข้อเสียในการทำธุรกิจที่ประเทศจีน

– ปัญหาการกีดกันทางการค้า ทั้งในรูปภาษีการนำเข้า โควต้า และกฎระเบียบอื่นๆ แต่จีนก็ได้พยายามปรับลดภาษีนำเข้าผ่อนคลายกฎระเบียบการนำเข้าสินค้า เพื่อให้จีนสามารถเข้าเป็นสมาชิก WTO ได้
– ประเทศจีนยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และพูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้น้อย
– ปัญหาระบบการเงิน และการค้าที่ยังไม่เป็นสากลของประเทศจีน ทำให้มีความเสี่ยงสูงในการทำธุรกิจ
– ปัญหาการขาดข้อมูลการตลาดที่สำคัญของจีนตอนใต้ ทำให้การวางแผนการตลาดเป็นไปได้ยาก และมีความเสี่ยงสูง
– ปัญหาการแข่งขันในตลาดจีนตอนใต้เพิ่มมากขึ้น มีการลอกเลียนแบบหรือปลอมแปลงสินค้ามาก
– ปัญหาเส้นทางคมนาคมขนส่งในจีนตอนใต้ไม่สะดวก ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น
– ปัญหาอื่นๆ เช่นปัญหาการคอรัปชั่นในประเทศจีน ปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างกัน เป็นต้น
– หากขาดความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างไทยกับจีน ก็จะทำให้การทำการค้ากับจีนก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว ผู้ประกอบการชาวไทยจึงจำเป็นต้องศึกษาเรื่องกฎระเบียบด้านการค้าการลงทุน ภาษา วิถีชีวิต และธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้การเจรจาทางธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด

นโยบายการส่งเสริมการลงทุนของจีน

แม้ในปัจจุบันรัฐบาลจีน จะมีนโยบายส่งเสริมให้นักธุรกิจจีนไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยอาเซียนเป็นกลุ่มประเทศเป้าหมายที่นักลงทุนจีนให้ความสนใจเป็นอันดับแรก อันเนื่องจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ และความคล้ายคลึงของขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมระหว่างกัน แต่ก็ยังมีอุตสาหกรรมบางประเภทที่จีน สนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในจีน ได้แก่

– ธุรกิจการเกษตร การขยายพันธุ์พืช สัตว์แบบทันสมัย ครบวงจร ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อเพิ่มคุณภาพ และปริมาณ
– ธุรกิจก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน
– อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักร เครื่องยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี
– อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง
– อุตสาหกรรมผลิตเพื่อการส่งออก
– อุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรที่สามารถนำมาผลิตหมุนเวียนใหม่ได้ (Reycle) และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
– ธุรกิจการบริการ เช่น ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจบริการข้อมูลข่าวสาร ธุรกิจซ่อมบำรุงที่ต้องใช้เทคนิคสูง และความชำนาญเฉพาะ ธุรกิจบริการหลังการขาย ธุรกิจโรงแรม และในปี 2541 จีนอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน กับบริษัทภายในประเทศทำธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศได้
– การลงทุนในโครงการสร้างงานพัฒนาบุคลากรให้กับประชาชนในภาคกลาง ภาคตะวันตก ของประเทศ
– นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังได้ประกาศ “นโยบายมุ่งตะวันตก” (Implementation Measures of the Go-West Policy) เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ด้วย เพื่อกระจายความเจริญและพัฒนาพื้นที่ทางภาคตะวันตกของจีนให้เท่าเทียมกับภาคอื่นๆ ของประเทศ โดยรัฐบาลจีนจะเข้าไปลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย