บทความธุรกิจ

ทฤษฎี Aidas ทฤษฎีการขายอันโด่งดัง

ทฤษฎี Aidas

 

หลายๆ ท่านที่ทำธุรกิจ บางท่านก็อาจจะจบทางด้านบริหารธุรกิจมาโดยตรง แต่สำหรับบางท่านแล้วก็อาจะไม่ได้ศึกษามาทางด้านบริหารธุรกิจโดยตรง ทำให้พลาดโอกาสในการศึกษาทฤษฎีต่างๆ ในเชิงธุรกิจไป ซึ่งวันนี้ผมได้หยิบยกทฤษฎีการขายในทางธูรกิจมาให้ได้ลองอ่านกันดู ซึ่งทฤษฎีที่ว่านี้ก็คือ ทฤษฎีไอดาส (Aidas Theory) ซึ่งทฤษฎี Aidas นี้เป็นทฤษฎีการขายที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย หรือท่านที่ทำธูรกิจส่วนตัว เอาหล่ะครับเรามาเริ่มศึกษาทฤษฎี Aidas ทฤษฎีการขายอันโด่งดังกันเลยนะครับ

ทฤษฎีการขาย Aidas ตัวที่หนึ่ง : A (Attention)

แปลว่า ความตั้งใจ หรือความเอาใจใส่

ซึ่งเราต้องใส่ใจในการผลิตสินค้า หรือบริการ ให้ออกมาอย่างมีคุณภาพตามที่ได้วางไว้ ใส่ใจในการปรับปรุงแก้ไขสินค้า หรือบริการในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีตรงตามมาตรฐานให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องรู้จุดแข็ง และจุดอ่อนของสินค้า หรือบริการของเรา เช่น ข้อดี คือ มีคุณภาพ ข้อด้อย คือ ราคาที่อาจจะแพงกว่าสินค้าในท้องตลาดประเภทเดียวกัน และเราต้องตอบลูกค้าได้อย่างทะลุปุโปร่งถึงสินค้า หรือบริการของเราว่ามีคุณประโยชน์ที่ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการจะได้รับอย่างไรบ้าง

ทฤษฎีการขาย Aidas ตัวที่สอง : I (Interest)

แปลว่า ความสนใจ

ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่า ธุรกิจตอนนี้นั้นมีสินค้า และบริการอยู่มากมายนับกันไม่หมดว่ามีทั้งหมดเท่าไหร่ และจะมีพวกแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ แต่คุณเคยสงสัยมั้ยว่า ในบรรดาแบรนด์อันมากมายมหาศาล คุณสามารถจำได้ทั้งหมดกี่แบรนด์ คำตอบน่าจะอยู่ในหลักร้อยแบรนด์ ซึ่งคำตอบก็คือว่า เป็นเพราะแบรนด์ที่คุณจำได้ แบรนด์เหล่านั้นสร้าง Interest คือ สร้างความสนใจขึ้นมา จนคุณได้จดจำแบรนด์เหล่านั้นไว้ บางแบรนด์คุณก็อาจจะไม่เคยไปซื้อสินค้า หรือบริการของเค้า แต่เห็นจนจำได้ เพราะเค้าใช้การโปรโมท สร้างความสนใจ ดึงคนเข้ามานั่นเอง

ถ้าคุณเป็นเจ้าของสินค้า หรือบริการ ก็จะต้องใช้โลโก้ หรือสโลแกน มาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดให้ผู้คนจดจำแบรนด์ของคุณให้ได้ และต้องปฏิบัติตามสโลแกนที่ได้สร้างขึ้นมา

ทฤษฎีการขาย Aidas ตัวที่สาม : D (Desire)

แปลว่า ความปรารถนา

ความปรารถนานั้นเป็นสิ่งที่มันมากกว่าความต้องการ มันคือความหลงใหล ที่ดึงลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า หรือบริการของคุณ ซึ่งวิธีการสร้าง Desire หรือความปรารถนาให้บังเกิดในตัวลูกค้า จะเหมาะสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อในระดับสูง และต้องการความแตกต่าง เช่น บริษัทขายกระเป๋าแบรนด์เนมที่จะขายกระเป๋าให้ลูกค้า สาขาละ 10 ใบเท่านั้น ขายครบ 10 ใบแล้ว ค่อยมาซื้อใหม่วันพรุ่งนี้ หลักการตลาดแบบนี้จะทำให้ลูกค้าเกิดความปรารถนาจะได้สินค้านี้ไปครอบครอง ทำให้สินค้าเราดูมีระดับ จะทำให้วันต่อๆ ไป ลูกค้าต้องมาจองคิวซื้อสินค้ากัน

ทฤษฎีการขาย Aidas ตัวที่สี่ : A (Action)

แปลว่า การกระทำ

การกระทำในที่นี้ คือ การตกลงที่จะซื้อสินค้า หรือบริการนี้กับคุณ สำหรับวิธีการทำให้ลูกค้าซื้อสินค้า หรือบริการของเรานั้น ก็สามารถกระทำได้ด้วยการประชาสัมพันธ์ถึงแบรนด์ของคุณให้ลูกค้าทราบ ผ่านสื่อการโปรโมทต่างๆ ถ้ามีเงินทุนหนาหน่อย เป็นแบรนด์ดัง ก็โฆษณาทางทีวี หรือหนังสือพิมพ์ แต่ถ้ามีเงินทุนน้อยหน่อย ก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ลงนิตสาร หรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือบริการของเรา เช่น ขายกระเป๋า ก็ไปลงโฆษณาในนิตสารที่เกี่ยวกับผู้หญิง หรือเว็บไซต์เกี่ยวกับแฟชั่นต่างๆ หรือทำ Fanpage ขึ้นมาโปรโมทสินค้าของเราเองร่วมด้วย ซึ่งสินค้า และบริการในปัจจุบันนี้ จะมีเว็บไซต์ หรือ Fanpage เป็นของตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาดูรายละเอียดของสินค้าได้ง่ายขึ้น หรือถ้าสามารถซื้อสินค้าผ่านเว้บไซต์ได้เลย ยิ่งดีใหญ่ เป็นการเพิ่มช่องทางในการขายได้มากขึ้น

ทฤษฎีการขาย Aidas ตัวที่ห้า : S (Satisfaction)

แปลว่า ความพึงพอใจ

ซึ่งก็เป็นการสร้างคุณสมบัติพิเศษของสินค้า หรือบริการ ให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจเมื่อมาซื้อ หรือมาใช้บริการ ซึ่งก็มีหลักการง่ายๆ คือ สินค้า หรือบริการของคุณจะต้องออกสู่ตลาดให้เร็วกว่าคู่แข่ง ต้องมีคุณสมบัติเหนือกว่าสินค้าคู่แข่ง และสุดท้ายราคาต้องสมเหตุสมผล ไม่แพงลิบลิ่วจนเอื้อมไม่ถึง ถ้าราคาของสินค้า หรือบริการของคู่แข่งอยู่ที่ 1 พันบาท ของเราจะต้องขายที่ 950 บาท โดยที่ยังคงได้กำไรอยู่ เพราะคนส่วนใหญ่ชอบสินค้าราคาที่ถูกกว่ากันทั้งนั้น นอกจากว่าสินค้าของคุณอยู่ในระดับบน คู่แข่งขายที่ 2 พันบาท แต่คุณขาย 3 พันบาท แพงกว่ามาก แต่ลูกค้าซื้อเพราะแบรนด์ของคุณ ซื้อเพราะคุณภาพสินค้าที่อยู่ในระดับดีเยี่ยมจริงๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณก็เพียงแค่ทำสินค้า หรือบริการให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด เพราะคุณสามารถทำให้ลูกค้าซื้อที่แบรนด์ ไม่ใช่ซื้อที่ราคาได้แล้ว

สรุป

สำหรับทฤษฎี Aidas ทฤษฎีการขายอันโด่งดังนี้ ท่านที่จะเป็นกลยุทธ์ใช้ในทางธุรกิจการค้า ก็สามารถนำไปใช้ได้เลยนะครับ ธุรกิจในปัจจุบันนี้มีการแข่งขันสุง เราจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การขายติดตัวไว้เพื่อพัฒนาแบรนด์ของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งในเชิงธุรกิจแล้วในเรื่องทฤษฎีการขายก็ยังมีมากมายอีกหลายอย่าง แต่ทฤษฎี Aidas นี้ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งถ้าได้ลองนำทฤษฎีการขายนี้ไปใช้แล้ว น่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าของท่านได้อย่างแน่นอน