วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการทำอาชีพขายผลไม้

ผลไม้

 

ผมเชื่อว่าไม่ว่าเราจะทำอาชีพใดก็ตาม เราสามารถรวยได้ทั้งนั้น อยู่ที่ความขยัน มุ่งมั่น ตั้งใจของเรา อาชีพขายผลไม้อาจจะดูรวยยาก แต่เราก็จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เพื่อที่เราจะยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ อาจจะทำเป็นรถเข็นขายผลไม้ เมื่อมีเงินแล้วก็เปิดเป็นร้านขายผลไม้เล็กๆ แล้วก็ขายเป็นร้านขายส่งผลไม้ จนถึงสุดท้ายทำสวนผลไม้เสียเองเลย มันจะเป็นขั้นๆ ไปแบบนี้ อย่าให้ใครมาหยุดฝันของเราได้ครับ

เอาหล่ะครับในบทความรวยด้วยการทำอาชีพขายผลไม้ ผมจะบอกวิธีอย่างเป็นขั้นเป็นตอนไปนะครับ

ข้อดีของการทำอาชีพขายผลไม้

1. ผลไม้สามารถขายได้ทุกวัน

ผลไม้จะขายได้ดีกว่าขนมหวาน เพราะมีคนซื้อเยอะ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายซื้อ คนทำงานซื้อ สาวโรงงานซื้อ คนทำราชการซื้อ นักเรียนนักศึกษาซื้อ แถวสถานีขนส่งซื้อ แถวหน้าโรงหนังซื้อ ย่านคนรวยซื้อ ย่านตลาดสดซื้อ บางแหล่งแม้เวลาดึกดึกก็ยังซื้อ ซื้อกันเยอะมั้ยหล่ะครับ

แถวๆ ที่ทำงานของผม มีแผงขายผลไม้ประเภทปอกตัดแบ่งขาย อย่างนี้อยู่ 3 แผง และมีรถเข็นอยู่ 3 คัน แต่มีร้านขายขนมหวานอยู่แค่ 1 แผงครึ่งเอง ที่เรียกว่าครึ่งแผง ก็เพราะว่าบางวันเค้าก็ขาย บางวันเค้าก็ไม่ขาย รู้สึกว่าตอนต้นเดือนเค้าจะมาขายต่อเนื่อง 2-3 วัน แต่วันอื่นๆ จะไม่แน่ แต่แผงขายผลไม้ปอกตัดแบ่งขายแบบนี้ มาขายทุกวัน มาพร้อมกันทั้ง 6 แผง สามัคคีกันขายเอากำไรจริงๆ

2. ผลไม้ไม่ต้องปรุงก่อนขาย

ปอกเปลือกเสร็จก็ตัดแบ่งขายได้ทันที เคยสังเกตแหล่งขายบางแหล่ง คนขายดูยังวัยรุ่นอยู่เลย ยังหั่นและตัดผลไม้ไม่ค่อยคล่อง คงจะเพิ่งหัดขาย แต่อาชีพนี้ก็มีข้อดีแบบนี้ ผลไม้ตัดแบ่งขาย มันจะอร่อยด้วยตัวของมันเอง ไม่จำเป็นจะต้องใช้ฝีมือในการปรุงเข้ามาช่วย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือพริกกะเกลือ ทุกร้านต้องมีนะครับ

3. ขายผลไม้ใช้เงินลงทุนน้อย

เราไม่ต้องจัดหาถ้วยชาม ไม่ต้องมีเงินหลักหมื่นหลักแสนก็สามารถขายผลไม้ได้ อาจซื้อมาน้อยเดินเร่ขายน้อย แต่ถ้ามีเงินเยอะก็สามารถใช้เงิน คัดเกรดผลไม้ดีๆ มาจัดวางขายบนรถเข็น บนแผงผลไม้ มีตู้กระจก มีน้ำแข็งรักษาความสด และสามารถเลือกขายที่ทำเลหรูมีแอร์ อย่างแถวศูนย์การค้า แถวหน้าโรงหนัง หรือแถวศูนย์อาหารของสำนักงานตึกสูงๆ

4. ขายผลไม้ได้กำไรสูง

ราคาการขายผลไม้แต่ละชนิดได้กำไรเท่าไหร่ ลองดูได้เลยครับ

– แตงโมใบโตเนื้อแดงกรอบหวาน ลูกละ 40 บาท จะแบ่งขายได้ 8 ชิ้น ชิ้นละ 10 บาท ถ้าลูกขนาดปกติลูกละ 30 บาท จะแบ่งขายได้ 6 ชิ้น ชิ้นละ 10 บาท
– แคนตาลูปเนื้อเหลืองหวานและหอม ลูกละ 33 บาท จะแบ่งขาย 2 ซีก ซีกละ 33 บาท
– มะละกอแขกดำเนื้อแน่นหวานสีแดงส้ม ลูกละ 30 บาท จะแบ่งขายได้ 6 ชิ้น ชิ้นละ 10 บาท
– สับปะรดลูกโตเนื้อหวานฉ่ำทั้งลูก ลูกละ 30 บาท จะแบ่งขายได้ 6 ชิ้น ชิ้นละ 10 บาท
– ฝรั่งแก่จัดรสกรอบหวาน โลละ 30 บาท ราวๆ 3 ลูก จะเฉาะใส่ถุงขายได้ 6 ถุง ถุงละ 10บาท
– ชมพู่ องุ่น มันแกวก็เช่นกัน ซื้อมาเป็นกิโล แบ่งขายถุงละ 10 บาท ได้กำไรเท่าตัวทุกประเภท
– ส้มเช้ง ละมุด พวกนี้จะยากตอนปอกเลือกและตัดแบ่งขาย แต่ราคาที่ขายถุงละ 20 บาท ก็ได้กำไรเท่าตัวทุกประเภทเช่นเดียวกัน

สิ่งที่ต้องมีเมื่ออยากทำอาชีพขายผลไม้

1. ต้องรู้จักธรรมชาติของผลไม้ และเลือกผลไม้เป็น

ท่านจะต้องรู้ว่าผลไม้บางอย่างซื้อเก็บไม่ได้ เช่น ฝรั่ง ชมพู่ องุ่น มันแกว เพราะซื้อเก็บมันจะไม่สด จะต้องซื้อผลไม้พวกนี้วันต่อวัน แต่ผลไม้บางอย่างท่านซื้อเก็บได้ เช่น มะละกอ แตงโม สับปะรด ส้มเช้ง ผลไม้บางอย่างท่านจะต้องจับต้องและห่อหุ้มต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่งั้นจะผลไม้จะเสียสภาพหมด ทั้งช้ำและไม่สวย เช่น มะละกอ ฝรั่ง ชมพู่ ละมุด

ท่านจะต้องเลือกผลไม้เป็น เมื่อปอกออกแล้วจะต้องเป็นผลไม้ที่กินอร่อย ถ้าเลือกไม่เป็นท่านจะต้องหาคนที่เขาเลือกเป็นจริงๆ ไปช่วยท่านเลือกด้วยในระยะแรก เมื่อท่านชำนาญแล้วจึงไปเลือกซื้อเองคนเดียว

การซื้อ ท่านไม่ควรเลือกซื้อทุกลูกจากผู้ขายเจ้าเดียว ควรเลือกผลไม้ที่ดีที่สุดจากผู้ขายหลายเจ้า และท่านต้องทราบแหล่งที่มีผู้ขายหลายเจ้าด้วยว่าอยู่ที่ไหน เช่น แถวตลาดมหานาค และตลาดสี่มุมเมือง

ท่านควรจะทราบเวลาที่ผลไม้แต่ละชนิดลงขาย และควรจะขยันไปเลือกซื้อก่อนผู้อื่นทุกวัน หากราคาที่ซื้อจะแพงหน่อย ก็อาจจะจะยอมซื้อเพื่อหวังขายคุณภาพเพื่อให้ลูกค้าติดใจ แล้วค่อยตัดแบ่งขายแพงหน่อย ก็แล้วกัน กินของดีแต่แพงหน่อย ลูกค้าบางกลุ่มเขาก็ไม่ว่าหรอก

2. ต้องปอกผลไม้และตัดแบ่งผลไม้เป็น

ท่านจะต้องปอกผลไม้เร็วตัดแบ่งเร็ว ปอกสวยตัดแบ่งผลไม้สวย ดูน่ากิน ขนาดเท่ากัน ไม่ช้ำ มีดคม ไม่เฉือนเนื้อออกเยอะเกินไป ไม่ตัดแบ่งผลไม้แล้วเหลือเศษชิ้นเล็กๆ มากเกินไป

3. ผลไม้ต้องสะอาด

ท่านจะต้องล้างผิวผลไม้ล้างให้สะอาดแต่เบามือ อาจต้องล้างด้วยผ้านุ่มหรือฟองน้ำผิวละเอียด อาจต้องล้าง 2 น้ำ ผลไม้บางชนิดอาจต้องล้างด้วยด่างทับทิม เพื่อให้สะอาดปราศจากสารปนเปื้อน มือที่จะปอกและตัดแบ่งผลไม้ต้องสะอาด ใช้มีดสะอาด อาจล้างมีดบ่อย ถัง กะละมังที่ใช้ และบรรจุภัณฑ์ที่จะใส่ผลไม้ ต้องสะอาด จัดวางบรรจุภัณฑ์ในตู้หรือในถังแช่ความเย็นที่สะอาดปราศจากแมลงและฝุ่น ผู้ขายที่หยิบจับเงินจากลูกค้าจะหยิบได้แค่บรรจุภัณฑ์ผลไม้
ต้องไม่หยิบจับตัวผลไม้

4. หาตลาดที่ขายได้มาก

ท่านอาจจะจ้างเด็กช่วยขายแทนท่าน ขายบนรถเข็น ขายบนรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ขายบนรถกระบะที่ขับตระเวนไปจอดขายหลายที่ต่อวัน หรือถ้ามีเงินทุนน้อยก็อาจจะใส่ตะกร้ายืนขายในบริเวณที่ที่มีคนสัญจรมาก และแถวนั้นไม่ควรมีร้านค้าคู่แข่ง เช่น ตอนเช้าอาจขายใกล้ป้ายรถเมล์ ขายหน้าโรงพยาบาล ขายหน้าโรงงาน ตอนเที่ยงอาจขายใกล้ร้านแม่ช้อยชวนชิม ขายในหน่วยงานราชการ ขายหน้าโรงงาน ตอนบ่ายขายหน้าอู่ซ่อมรถ ขายหน้าร้านเสริมสวย ตอนเย็นขายหน้าโรงเรียน ขายใกล้ป้ายรถเมล์ ขายใกล้ทางเข้าสวนสาธารณะหรือสนามกีฬา ตอนกลางคืนขายใกล้ร้านแม่ช้อยชวนชิม และขายหน้าสถานบันเทิง เป็นต้น

ขายผลไม้

กลยุทธ์ในการขายผลไม้

– ท่านอาจจะบรรจุผลไม้ 2 ประเภทขายในบรรจุภัณฑ์เดียว หากบรรจุในถุงพลาสติกและแม็กปากถุงขาย ใส่จำนวนน้อยหน่อย ขายถุงละ 10 บาท หากบรรจุในถาดโฟมและปิดคลุมด้วยแผ่นฟิล์มถนอมอาหาร ใส่จำนวนมากหน่อย ขายถาดละ 15 บาท

– นอกจากขายปลีกแล้ว ท่านอาจจะแจกใบปลิวแก่ลูกค้า บอกคุณภาพของผลไม้ ความสะอาดของผลไม้ที่ขาย มีรูปภาพบรรจุภัณฑ์ แล้วท่านอาจรอคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์ แล้วให้เด็กนำไปส่งขายถึงที่ตามคำสั่งซื้อ หรืออาจสอบถามลูกค้าที่สั่งซื้อประจำว่า ต้องการรับผลไม้ตัดแบ่งขายทุกวันหรือไม่ เพราะจะนำไปให้คัดเลือกซื้อถึงที่ ทุกวัน ขายคล้ายๆขายยาคูล์ที่ส่งลูกค้าทุกวันนั่นแหละครับ แต่ผลไม้ของท่านจะมีชนิดและรสชาติหลากหลายให้เลือกซื้อมากกว่ายาคูล์ กลยุทธ์การขายเชิงรุกแบบนี้เพื่อเพิ่มยอดขาย เพิ่มจากการขายปลีก

– มีหลายหน่วยงานทีเดียวที่ต้องการรับซื้อผลไม้ตัดแบ่งแบบนี้ ขอให้ส่งถึงที่ เพื่อจะใช้เป็นเบรกของว่าง ขณะประชุม และขณะฝึกอบรมตอนบ่าย หากท่านขายเป็นเบรกของว่างขณะประชุมหรือขณะฝึกอบรมได้สัก 2 หน่วยงาน โดยขายได้สักวันละจำนวน 100 แพ็ค ราคาขายแพ็คละ 15 บาท คิดเป็นเงิน 1,500 บาท ผมได้เคยบอกในตอนต้นแล้วว่า ขายผลไม้ตัดแบ่งแบบนี้ ท่านจะได้กำไรเท่าตัว ฉะนั้นท่านจะได้กำไรจากการส่งขายเพื่อเป็นเบรกของว่างขณะประชุมหรือขณะฝึกอบรมแบบนี้ ได้วันละ 750 บาท

– ฉะนั้นท่านควรจะหาตลาดขายผลไม้ของท่าน จากหน่วยงานที่เขาจัดประชุมจัดฝึกอบรมในตอนบ่าย เพิ่มเติมจากการขายปลีกด้วย ยิ่งหาได้มากๆหน่วยงาน ท่านก็จะยิ่งได้กำไร

– อย่าตกใจว่าท่านขายแพง ผลไม้ที่มีให้เลือก 2 ชนิด ที่สด รสชาติดี ตัดแต่งสวย บรรจุสวยและสะอาด ราคาขายแพ็คละ 15 บาท เป็นราคาที่ขายไม่แพงเกินไปหรอกครับ เพราะศิริวัฒน์แซนด์วิช ที่เขาขายแซนด์วิชให้กับงานประชุมหรืองานฝึกอบรม เฉพาะขายแซนด์วิชอย่างเดียวก็ราคา 18 – 35 บาทแล้ว เขาก็ยังขายดี ไม่มีหน่วยงานไหนต่อราคาแซนด์วิชของเขากันเลย

– ผลไม้ที่ตัดแบ่งขายแบบนี้ ราคาจะขายแน่นอนคงที่ไม่ 10 บาทก็ 15 บาทละครับ ฉะนั้นท่านคงไม่ต้องยืนขายปลีกหรือขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างขายปลีกเอง แต่ท่านอาจจ้างเด็กมาช่วยขายแทนท่านได้ ท่านควรนำเวลาไปใช้เพื่อการหาตลาดที่ควรจะขายดีกว่าเดิม นำเวลาไปใช้เพื่อการหาหน่วยงานที่ต้องการจัดเบรกของว่างบ่ายในการประชุมหรือการฝึกอบรมจะดีกว่า เพราะราคาขายผลไม้ที่คงที่ หากเด็กของท่านนำผลไม้ไปขาย 80 ถุง ราคาขายถุงละ 10 บาท เด็กก็จะต้องนำเงินมาคืนท่าน 800 บาท ซึ่งท่านจะได้กำไรจากยอดขายของเด็กคนนี้ 400 บาท ท่านจะต้องแบ่งเป็นค่าจ้างขายให้เด็กประมาณ 200 บาท ท่านก็จะได้กำไรสุทธิจากยอดขายของเด็กคนนี้ 200 บาท

– สำหรับกลยุทธ์การขายในข้อนี้ ท่านจะต้องตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ให้สีสวยสะดุดตา ให้เด็กสวมเสื้อสะอาดสีสวยสะดุดตา มีเสียงแตรเรียกร้องความสนใจ มีถุงบรรจุภัณฑ์ที่สวยแปลกตา และฝืกอบรมให้เด็กมีบุคลิกท่าทางสุภาพ สะอาด พูดจาไพเราะ ทั้งหมดนี้อาจจะให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด

– นอกจากผลไม้จะมีรสชาติดี แช่เย็นแล้ว ยังจะต้องสดใหม่ด้วย ฉะนั้นเด็กที่ช่วยนำผลไม้ไปขาย จึงไม่ควรจะให้นำไปขายครั้งละจำนวนมาก แต่ควรจะให้นำไปขายจำนวนน้อยเพื่อขายเฉพาะของสดใหม่ เมื่อขายใกล้จะหมดก็ให้แจ้งกลับมาที่แหล่งปอกและตัดแบ่งผลไม้ เพื่อนำไปส่งเพิ่มเติมจะดีกว่า

– การปอกเปลือกและตัดแบ่งผลไม้บรรจุถุงและถาดโฟม แล้วแช่เย็นไปขายนี้ ทำกันที่บ้าน ท่านจึงอาจจะซื้อผลไม้มีตำหนิ แต่เป็นผลไม้สด รสชาติดี ล้างสะอาดมาตัดแต่งบรรจุถุงขาย ก็ได้
ราคาซื้อผลไม้จะได้ถูกลง

– ผลไม้ต่อวันหากขายไม่หมด ไม่ควรจะนำมาขายอีกในวันรุ่งขึ้น แต่ควรจะนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ เป็นแยมผลไม้ เป็นผลไม้เชื่อม หรือตากแห้งอบแห้งแล้วนำมาปรุงรสเพิ่มเติม แล้วนำไปวางขายเป็นถุงร่วมกับผลไม้สด เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของลูกค้า และท่านก็จะได้ไม่เสียของ

ถ้าท่านชอบผลไม้ ก็น่าจะสนับสนุนใหัผู้อื่นทานผลไม้ เป็นผลไม้ที่ท่านคัดเลือกคุณภาพเอง สดใหม่ ล้างและตัดแบ่งบรรจุถุงสะอาด แล้วแช่เย็นให้ผู้อื่นกิน นอกจากจะเป็นอาชีพแล้ว ยังเป็นความสุขใจนะครับ ที่มอบสิ่งดีดๆ ให้ผู้อื่น

แหล่งขายส่งผักผลไม้ราคาถูก

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากลองมาจับตลาดประภทนี้ดู อยากเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายผักผลไม้ดูสักตั้ง แต่ยังไม่ทราบว่าจะไปรับสินค้ามาจากที่ไหน ผมได้รวบรวมแหล่งขายส่งผักผลไม้ไว้ในบทความนี้เลยละกันครับ

แหล่งขายส่งผักผลไม้ที่แนะนำให้ไปซื้อคือซื้อจากเกษตกรผู้ปลูกโดยตรงครับ ดีที่สุด เพราะเราจะได้สินค้าราคาถูกสามารถนำมาขายทำกำไรได้เยอะกว่า แต่ถ้าท่านไม่อยากเสียเวลามานั่งรวบรวมผลผลิต เพราะอยากจะขายผักผลไม้หลายอย่าง ก็สามารถเลือกไปซื้อที่ตลาดขายส่งผักผลไม้ใกล้บ้านท่านได้ครับ ซื่งถ้าจะให้อธิบายทุกจังหวัดคงจะยาวเกินไป ดังนั้นผมจึงขอแนะนำเฉพาะตลาดขายส่งผักผลไม้ที่ใหญ่ติดอันดับประเทศเอาก็แล้วกันนะครับ

– ตลาดไท
– ตลาดสี่มุมเมือง
– ตลาดศรีเมือง

ตลาดเหล่านี้จะมีผู้คนหมุนเวียนเข้าออกตลอดครับ ทั้งเกษตกร พ่อค้าคนกลาง พ่อค้าแม่ค้าขายส่งขายปลีก ตลอดถึงชาวต่างชาติที่มาสังเกตการณ์ราคาผักผลไม้เพื่อที่เลือกนำเข้ามาจำหน่ายได้ถูกจังหวะ ถ้ามีโอกาสลองไปเยี่ยมชมก่ผนตัดสินใจซื้อมาจำหน่ายก็ได้ครับ ไปดูก่อนว่าเค้าทำงานกันยังไง ขายยังไง ผักผลไม้เข้าช่วงไหน

ผมก็ขอให้ทุกท่านที่สนใจจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายผลไม้ได้รวยด้วยการทำอาชีพขายผลไม้กันทุกท่านนะครับ