การเงิน

เครดิตบูโรคืออะไร และวิธีเช็คเครดิตบูโรของตัวเองอย่างง่ายๆ

%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3

 

สำหรับในบทความนี้ ผมก็จะขอไขข้อสงสัยเกี่ยวกับศัพท์ทางการเงิน ที่เรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ซึ่งศัพท์คำนี้ก็คือ เครดิตบูโร ซึ่งท่านที่จะกำลังจะไปสมัครบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด หรือขอสินเชื่อทางธุรกิจ ก็จะต้องมาทำความรู้จักกับคำว่าเครดิตบูโรกันก่อนนะครับ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไปสมัคร เราจะได้ไม่ต้องได้ยินคำว่า “คุณสมัครไม่ผ่าน ติดเครดิตบูโรนะครับ” แล้วก็กลับบ้านมือเปล่า

เอาหล่ะครับ มาเริ่มกันเลยครับ

ข้อมูลทั่วๆ ไปเกี่ยวกับเครดิตบูโร

– เครดิตบูโร ภาษาอังกฤษ คือคำว่า Credit Bureau ที่เรียกกันสั้นๆ ติดปากว่า บูโร จริงๆ แล้วชื่อเต็มคือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือชื่อในภาษาอังกฤษ คือ National Credit Bureau (เนชั่นแนล เครดิต บูโร) เราเรียกบริษัทนี้กันสั้นๆ ว่า บูโร

– บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เป็นองค์กรที่ได้รับใบอนุญาติ และประกอบธุรกิจการให้ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ภายใต้กรอบของกฎหมาย ที่เรียกกันว่า พรบ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545

– บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ คือ บรืษัทที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกรรมการเงิน ของสมาชิก ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ก็คือ ธนาคารต่างๆ และสถาบันการเงินต่างๆ มีบริการตรวจสอบข้อมูลทางเครดิต จะมีรายงานการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี โดยข้อมูลทางการเงินของเราก็จะได้มาจากธนาคารต่างๆ และสถาบันการเงินต่างๆ ด้วยกันเองที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาตินี้

– ข้อมูลที่บริษัทจัดเก็บมาทำเครดิตบูโร มีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ข้อมูลพื้นฐานของลูกค้า เช่น ชื่อที่อยู่ วันเดือนปีเกิด อาชีพ เลขบัตรประชาชน ส่วนที่สองคือ ประวัติทางการเงินของเรา จะเช็คข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินของเรา ว่ามีหนี้ที่ธนาคารไหนบ้าง สถาบันการเงินไหนบ้าง อย่างนี้เป็นต้น

– เช็คเครดิตบูโร คือ การเช็คประวัติทางการเงินของเรา ว่ามีหนี้ดี หรือหนี้เสีย อย่างไรบ้าง มีภาระหนี้ขนาดไหน เวลาจ่ายคืน จ่ายตรง หรือไม่ตรง สมมติเราไปกู้เงินธนาคาร A ทางธนาคาร A ก็จะไปเช็คประวัติทางการเงินของเรา ผ่านบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ โดยใช้ข้อมูลอ้างอิงจากธนาคาร B ธนาคาร C ธนาคาร D หรือสถาบันการเงินอื่นที่เราเคยไปทำมาก่อน เมื่อเช็คดูแล้วประวัติทางการเงินดี ไม่มีหนี้ตกค้าง ชำระหนี้เก่าตรงเวลา ทางธนาคาร A เค้าก็จะให้ผ่าน แต่ถ้าติดหนี้ ธนาคาร B หรือสถาบันการเงินอื่นๆ ถ้าเห็นว่าจะกู้เงินก้อนใหม่ไปโปะก้อนเก่า หมุนกันไปหมุนมา ถ้าแบบนี้ทางธนาคาร A ก็อาจจะไม่ให้เรากู้เงินได้

– ถ้าเราไปทำธุรกรรมทางเงิน แล้วทางธนาคาร หรือสถาบันทางการเงิน บอกว่า คุณติดเครดิตบูโร แสดงว่าเรามีหนี้ที่ยังค้างชำระ หรือชำระครบแล้ว แต่จ่ายไม่ตรงเวลา ต้องทวงแล้วทวงอีก อย่างนี้เราไปจะกู้อีกหลายๆ ที่ก็ไม่ผ่าน เพราะทางธนาคาร และสถาบันทางการเงิน ใช้ข้อมูลอ้างอิงเดียวกัน เราจึงจำเป็นต้องไปเคลียหนี้อันเก่าให้หมดก่อน ส่วนท่านที่จ่ายช้าเป็นประจำ ติดเครดิตบูโร แต่เคลียหนี้เก่าไปแล้ว อันนี้ก็ต้องลุ้นว่าทางธนาคาร หรือสถาบันทางการเงิน จะให้ผ่านหรือไม่ ถ้าให้ผ่าน อันนี้เราก็ต้องแก้ไขพฤติกรรมการจ่ายหนี้ ให้จ่ายให้ตรงเวลา มิเช่นนั้นเราจะติดเครดิตบูโรหลายๆ ที่ จนเราไม่สามารถกู้เงินใดๆ จากธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินได้เลย

– ทางบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติธุรกรรมทางการเงินที่เราไปสมัคร ทางบริษัทให้เพียงข้อมูลทางการเงินของเราเท่านั้น ผู้อนุมัติธุรกรรมทางการเงินก็คือ ธนาคาร หรือสถาบันทางการเงิน ที่เราได้ไปสมัครไว้นั่นเอง

– ติดเครดิตบูโร ไม่เกี่ยวกับการค้างจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือค่าอินเตอร์เน็ต หรืออื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เครดิตบูโรจะเกี่ยวกับการกู้หนี้ยืมสินจากธนาคาร และสถาบันทางการเงินเท่านั้น

– ขอดูเครดิตบูโรของคนอื่นได้มั้ย ต้องตอบเลยว่าไม่ได้ครับ ถ้าคุณต้องการดูเครดิตแทนคนอื่น เค้าคนนั้นต้องทำหนังสือมอบอำนาจมาให้เราครับ

%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3

วิธีการเช็คข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเราเอง

สำหรับบุคลลธรรมดา สามารถขอดูเครดูบูโรของตนเองได้ ดังนี้

1. ยื่นคำขอตวรจสอบเช็คเครดิตบูโรผ่านศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สาขาธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อยู่ที่สาขาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง และที่สาขาอาคารกลาสเฮ้าส์ อยู่ที่ปากซอยสุขุมวิท 25 และที่สาขาห้างเจเวนิว

– ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาสำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2 ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00- 16.30 น. หยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
– สาขาอาคารกลาสเฮ้าส์ (ชั้นใต้ดิน) ปากซอยสุขุมวิท 25 ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00- 16.30 น. หยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
– สาขาสถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ด้านในสถานี) ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00- 18.00 น. หยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
– สาขาห้างเจเวนิว (นวนคร) ติดโรงพยาบาลนวนคร ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00- 18.00 น. หยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
– ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ (ส่วนหน้า) ในวันอังคารถึงพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 08.30- 15.30 น. เว้นวันหยุดทำการของธนาคาร
– สาขา G point (ห้างเซ้นทรัล เวิลด์ โซนจิวเวลรี่ ชั่น 1 (JW 107) ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00- 18.00 น. หยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

2. ยื่นคำขอตวรจสอบเช็คเครดิตบูโรผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้ทุกสาขา ทางบริษัทจะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายในระยะเวลา 7 วัน

3. ยื่นคำขอตวรจสอบเช็คเครดิตบูโร ผ่านตู้เอทีเอ็ม สามารถทำได้ผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพานิช และธนาคารกรุงไทย ถ้าท่านใดเป็นลูกค้าของทั้งสองธนาคารนี้ ก็สามารถยื่นขอได้ แต่ขอได้เฉพาะข้อมูลเจ้าของผู้ถือบัตรเท่านั้น บริษัททางจะจัดส่งรายงานทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายในระยะเวลา 7 วัน

4. ยื่นคำขอตวรจสอบเช็คเครดิตบูโร ผ่านระบบออนไลน์ (Internet Banking) ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ ของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา และเราจะต้องมีบัตรเอทีเอ็มของทางธนาคารด้วย เพราะต้องใช้ข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มเพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบผ่านผ่านระบบออนไลน์ บริษัททางจะจัดส่งรายงานทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายในระยะเวลา 7 วัน

สำหรับนิติบุคคล สามารถตรวจสอบเครดิตบูโร ได้ที่ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สาขาธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ รับรายงานภายใน 15 นาที หรือรับผ่านทางไปรษณีย์ ทางบริษัทจะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียน ภายในระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับเอกสารครบถ้วน

อัตราค่าธรรมเนียมในการตรวจเช็คเครดิตบูโร

ในปัจจุบันบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติได้กำหนด ค่าบริการในการตรวจเช็คเครดิตบูโรไว้ดังนี้
– บุคคลธรรมดา 100 บาทต่อ 1 ฉบับ ต่อครั้ง
– นิติบุคคล (บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน) 200 บาทต่อ 1 ฉบับ ต่อครั้ง

เอกสารประกอบการตรวจสอบเครดิตบูโรกรณีเดินทางไปตรวจสอบด้วยตนเอง

– บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือหนังสือเดินทางตัวจริง
– หลังจากที่เราได้ยื่นเอกสาร และชำระค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบข้อมูลเครดิตต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัท เราก็สามารถรอรับข้อมูลได้เลย หรือถ้าเราไม่สะดวกที่จะรอ ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้จัดส่งทางไปรษณีย์ได้ โดยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่ม 20 บาท