การเงิน

ออมเงินแบบไหนดี ขอแนะนำวิธีการออมเงินแบบเลขสิบ

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%9a

สำหรับบทความนี้ก็เกี่ยวกับเรื่อง การออมเงินแบบไหนดี ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีวิธีการออมเงินออกมามากมายหลากหลายแบบ จนหลายๆ ท่านก็จะไม่รู้จะไปใช้ทฤษฎีการออมเงินแบบไหนดี ซึ่งตัวผมเองก็อ่านวิธีการออมเงินแบบไหนดีมาสารพัดทฤษฎี สารพัดหนังสือ ซึ่งผมก็พบว่าวิธีการออมเงินนั้นมีมากมายจริงๆ ตามแต่ผู้รู้ทางการเงินจะคิดกันขึ้นมาได้ แต่ทฤษฎีบางอย่างก็ปวดหัวกับการนำมาปฏิบัติ สู้วิธีง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ปฏิบัติง่ายๆ ไม่ได้ครับ ขอแนะนำวิธีการออมเงินแบบเลขสิบ ผมก็มีตัวเลือกมาให้คุณผู้อ่าน ขอแนะนำวิธีการออมเงินแบบเลขสิบ

การออมด้วยเลขสิบ หรือว่าการออม 10% นี้ มีอยู่สองวิธี ซึ่งเราอาจจะทำทั้งสองวิธีควบคู่กันไป ก็คือเพิ่มสิบกับลบสิบ วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับยอมรับแล้วว่า สามารถออมเงินอย่างได้ผล และช่วยให้เงินเก็บของเราเพิ่มขึ้นขึ้นมากทีเดียว เอาหล่ะเรามาเริ่มศึกษาการออมเงินแบบเลขสิบกันเลยครับ

ออมเงินแบบไหนดี หลักกการมีอยู่ง่ายๆ คือ ลบสิบ และเพิ่มสิบ

ออมเงินแบบลบสิบ

วิธีการนี้เรียกว่า ลบสิบ เป็นวิธีการที่ช่วยให้เราเก็บเงินได้ขึ้น ซึ่งก็มีวิธีการง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเรื่องอะไรที่ยุ่งยากครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่เราดึงเงินออมจากรายได้ของเรา ไม่ว่าเราจะมีเงิน หรือว่ารายได้จากทางไหน เราจะต้องหักออก 10%

อย่างเราได้ เงินเดือน 10,000 บาท เราก็ดึงออก 1,000 บาท เพื่อเป็นเงินออม หรือเราอาจจะได้เงินจากรายได้พิเศษมา 3,000 บาท เราก็หักออก 300 บาท หรือเราอาจจะขายของได้ 90 บาท ก็หักเงินออมออกมา 9 บาท เป็นต้น ซึ่งเราจะต้องทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเงินออมเหลือเก็บ อย่างแท้จริง

จากนั้นเราก็นำเงินได้มาไปฝากไว้ในบัญชีธนาคารแบบฝากประจำ เอาแบบที่เราไม่สามารถถอนเงินออกก่อนได้เลย หรือใครใจเด็ดใส่ในกระปุกออมสินของตัวเอง ใส่อย่างเดียว ไม่แคะออกมาเลย สิ่งเหล่านี้เป็นการเพิ่มวินัยในการออมเงินไปในตัวว่าห้ามนำออกมาใช้ก่อนเวลา และเงินจำนวนนี้เราก็เก็บไว้ในยามเกษียณก็ได้รับ อาจจะฟังดูไกลไปหน่อย ผมมีเหตุผลยังงี้ครับ ในช่วงชีวิตการทำงานของคนเรา จะมีแต่ช่วงหนุ่สสาว ไปจนถึงวัยกลางคนเท่านั้นที่เรามีโอกาสทำงานได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าหากเราเกษียณแก่ตัวไปแล้ว เราจะมีโอกาสทำงานน้อยมาก เราจะอยู่กับเงินเก็บในอดีตของเรา หากเราไม่ออมเงินเสียแต่วันนี้ ถ้าวันข้างหน้าเราไม่มีเงินใช้ เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่ออมเราอาจจะจะกลับมาคิดมากเรื่องเงินนะครับ

ออมเงินแบบเพิ่มสิบ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ตรงกันข้ามกับวิธีที่แล้ว วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยลดความฟุ่มเฟือยทางการเงินให้กับเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้เราเก็บเงินได้มากขึ้นเช่นกัน วิธีการก็ไม่ได้มีความยุ่งยากใดๆ เลย ข้อสำคัญมีอยู่อย่างเดียว คือ ต้องทำให้ได้ครับ

ซึ่งวิธีลดสิบข้างต้นเป็นวิธีที่หักจากรายได้ แต่เพิ่มสิบเป็นวิธีที่ออมเงินจากการใช้จ่ายของเรา กล่าวคือ เวลาที่เราไปซื้อของอะไรก็ตามก็ให้บวกเงินไปอีก 10% แต่ 10% นั้นไม่ได้เอาไปไหน แต่ว่าเอาเก็บไว้เป็นเงินออมนั่นเอง อย่างเช่นเรา ซื้อเสื้อ 200 บาท ก็ให้เพิ่มเงินเก็บเอาไว้เป็นเงินออม 20 บาท จ่ายค่าโทรศัพท์ 1,000 บาท ก็ให้เพิ่มเงิน 100 บาทเป็นเงินออม ไม่ว่าสินค้าจะราคาใดก็ตาม ให้เพิ่มเงินออกมาออมไว้ วิธีเพิ่มสิบนอกจากจะช่วยเพิ่มการออมเงินแล้ว ยังช่วยทำให้เรารู้จักยั้งคิดก่อนที่จะใช้เงินด้วย เพราะการชื้อของโดยที่ต้องบวก 10% ทุกครั้งจะช่วยทำให้เราหยุดคิด

วิธีการออมเงินแบบนี้ เราทำไปเพื่อจะมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ในยามเจ็บป่วยด้วย หรือยามฉุกเฉินด้วย หรือสามารถที่จะเอาไปใช้ในการลงทุนต่างๆ เมื่อมูลค่าของเวินเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ด้วย เพราะหากว่าเราไม่รู้จักการเก็บออมเงินไว้ตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตเราอาจจะไม่มีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ในยามที่ต้องการเงินไปใช้จริงๆ นั่นเอง

วิธีการออมเงินแบบเพิ่มสิบ เป็นวิธีเตือนใจตัวเอง ให้เบรคก่อนการซื้อใดๆ เพราะยิ่งใช้จ่ายมากก็จะยิ่งต้องนำไปออมมาก ยิ่งถ้าคุณซื้อรถราคา 5 แสน คุณต้องเอาไปออม 10% คือ 5 หมื่น คุณจะเสียดายเงิน คุณจะรู้ค่าของเงิน อย่าไปคิดว่าถ้าเรายิ่งใช้มาก เราก็จะยิ่งออมเงินได้มาก เพราะเราจะเหลือแต่เงินออม เราจะไม่มีเงินใช้ แล้วก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน สุดท้ายไม่มีเงินคืน ก็ไปแคะกระปุมการออมเงินแบบเลขสิบของเรา เอาไปใช้หนี้ แล้วก็ไปค้นหาวิธีออมเงินแบบไหนดีแบบใหม่ๆ ซึ่งทฤษฎีการอมเงินทั้งหมดทั้งสิ้นอยู่ที่ วินัยทางการออมเงินของคุณนนั่นเอง

สรุป

สำหรับบทความออมเงินแบบไหนดีนี้ ก็หวังว่าคงจะถูกใจท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย ซึ่งไม่ว่าท่านจะใช้วิธีไหน หรือว่าใช้ทั้งสองวิธีผสมกันไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เราจะต้องทำอย่างสมํ่าเสมอ และไม่ขาด เพื่อที่เราจะได้มีเงินออม และสร้างนิสัยที่ดีในการบริหารเงินครับ