AEC

ทำไมสิงคโปร์จึงเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับ 1 ของโลก

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีนักลงทุนสนใจมาลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 นักลงทุนโดยส่วนใหญ่มากมาจากเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร โดยธุรกิจที่ชาวต่างชาตินิยมเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์มากที่สุด คือ ธุรกิจสาขาการเงินและการประกันภัย ธุรกิจสาขาการผลิต และธุรกิจสาขาการก่อสร้าง

สิงคโปร์ตั้งอยู่บนภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การค้า เป็นที่ทำการค้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ สิงคโปร์เป็นเกาะตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ ติดกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขนาดพื้นที่รวม 697 ตารางกิโลเมตร (ในขณะที่เกาะภูเก็ตของไทย 543 ตารางกิโลเมตร) และเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก ทรัพยากรในประเทศมีอยู่อย่างจำกัด มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจสูง ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบค่อนข้างสูงและขาดแคลนแรงงานระดับล่าง สิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ล้วนเป็นจุดอ่อนของประเทศสิงคโปร์ แล้วปัจจัยใดบ้างที่ส่งเสริมให้ประเทศสิงคโปร์ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าเป็นประเทศที่เหมาะแก่การลงทุนมากที่สุดในโลกและเป็นประเทศที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน?

ในแง่การลงทุน สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโดดเด่น หลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะในด้านการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนต่างประเทศเท่าเทียมกับนักลงทุนในประเทศ โดยสามารถลงทุนได้ 100% ยกเว้นเพียงสาขาการกระจายเสียง การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการด้านหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ นโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศของสิงคโปร์ มีความชัดเจน แน่นอน การเมืองมีความมั่นคงและประชากรเป็นแรงงานที่มีฝีมือ และจากการพิจารณาหลายๆ ปัจจัย ทั้งในด้านแรงงาน การเมือง เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทำให้สิงคโปร์ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลกเกี่ยวกับศักยภาพการลงทุนในด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านโอกาสทางธุรกิจ สิงคโปร์เป็นอันดับ 1 ของโลกด้านกลยุทธ์ส่งเสริมการขายเพื่อการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (fDi Asia-Pacific Cities of the Future 2011/12)

ด้านสิ่งแวดล้อมในการลงทุน อันดับ 1 ของโลกในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการลงทุนทั้งทางกายภาพและระบบดิจิตอล ในขณะที่ประเทศอาเซียนอื่น ที่ติดอันดับ คือ มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 7 ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับ ที่ 8  (fDi Asia-Pacific Cities of the Future 2011/2012) นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็น อันดับ 1 ในด้านประเทศที่ง่ายต่อการลงทุน (Doing Business 2012 Report, World Bank) อีกด้วย

ด้านแรงงาน สิงคโปร์เป็นอันดับ 1 ในด้านการวัดมูลค่าประสิทธิภาพของแรงงาน (BERI Report 2011-l)

ด้านรัฐบาล สิงคโปร์เป็นอันดับ 2 ของโลกในด้านประเทศที่มีความโปร่งใสมากที่สุด และ เป็นอันดับ 7 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชียที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุด (IMD World Competitiveness Yearbook 2011)

เราสามารถพิจารณาความน่าสนใจในการลงทุนของสิงคโปร์กับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ในรูปแบบตาราง ได้ดังนี้

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบความน่าสนใจในการลงทุนของสิงคโปร์กับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

การยอมรับจากนานาชาติ

อันดับ

สิงคโปร์

ไทย

ฟิลิปปินส์

อินโดนีเซีย

มาเลเซีย

ประเทศที่มีทักษะแรงงานดีที่สุดในโลก

24th

11th

21st

ประสิทธิภาพการทำงานของแรงงาน

1st

ประเทศที่ระเบียบแรงงานเอื้อแก่การลงทุน
อันดับความความเอื้ออำนวยในการลงทุน

1st

17th

ประสิทธิภาพการทำงานของแรงงาน

1st

ประเทศที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุด

7th

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าประเทศสิงคโปร์จะมีจุดอ่อนในแง่ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ต่างจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่สิงคโปร์ ก็มีความโดดเด่นที่สุดในอาเซียน ในด้านการบริหารจัดการภายใน การเพิ่มประสิทธิภาพสิ่งต่างๆ และความมั่นคงด้านการเมือง จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก สิ่งที่หลายๆ ประเทศในอาเซียน ควรนำมาพิจารณาเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี คือ การใช้ภาษากลางของโลกในการสื่อสาร การเรียนรู้เพื่อเพิ่มทุนมนุษย์ สร้างประสิทธิภาพการทำงาน แรงงาน สร้างความมั่นคงทางการเมือง เพิ่มความโปร่งใสในทุกระดับธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านต่างๆ ให้มีมาตรฐาน ซึ่งผลที่จะตามมา คือ ชื่อเสียงและการได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ซึ่งนั่นจะเป็นเครื่องการันตีว่า ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทย ซึ่งมีพร้อมทั้งทรัพยากร แรงงานหลากหลายระดับและสาธารณูปโภคที่ครบครัน ก็พร้อมรับการลงทุนจากนานาประเทศได้เช่นเดียวกัน

วิเคราะห์โดย: นางสาวกีรติ ทวีทรัพย์ ผู้ช่วยนักวิจัย
ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน