บทความเพื่อความร่ำรวย

รวยด้วยความขยัน

ความขยัน

 

หลายๆ คนอาจจะเคยตั้งคำถามว่า ทำไมคนเราถึงอยากรวย ความรวยทำอะไรให้เราได้บ้าง

คำตอบก็คือว่าความมั่งคั่ง ถือเป็นความสุขของมนุษย์อย่างหนึ่ง เนื่องจากความมั่งคั่งร่ำรวยนั้นสามารถบันดาลให้เราได้ในสิ่งที่อยากได้ เป็นในสิ่งที่อยากเป็น เช่น อยากมีรถขับเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง อยากมีบ้านที่มั่นคงปลอดภัย อยากมีเสื้อผ้าที่สวมใส่ที่อบอุ่นและดูดี อยากมีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน หรือแม้แต่ยามเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะได้รับการรักษาอย่างมีคุณภาพจากโรงพยาบาลคุณภาพ คุณภาพชีวิตโดยรวมของคุณก็จะดีขึ้น

สิ่งที่กล่าวมานี้คือตัวอย่างของความรวยหรือความมั่งคั่ง ทำให้หลายๆ อยากที่จะก้าวพ้นความทุกข์ยากลำบาก ปรารถนาที่จะได้หรือมีความรวย แต่จะทำอย่างไรให้รวยขึ้นมา เพราะว่าโชคชะตาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในทางพุทธศาสนาบอกว่าทำบุญมาไม่เท่ากัน บางคนเกิดมาไม่มีจะกิน เขาก็เรียกคนจน ส่วนคนที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง เขาเรียกคนรวย มันเป็นสิ่งที่เรียกร้องอะไรไม่ได้ เพราะมันเป็นสกุลสมบัติ ในภาษาอังกฤษคงจะเรียกว่า Born to be เกิดมาแล้วเป็นอย่างนั้น

ดังนั้นหลายๆ คนจึงขยันขันแข่งกันขวานขวายหาเงิน บ้างไปทำงานโรงงาน บ้างไปค้าขาย บ้างไปเป็นนักธุรกิจ บ้างไปเป็นพนักงาน office บ้างรับราชการ เรียกได้ว่าทุกสาขาอาชีพต่างมุ่งหวังทำงานเพื่อให้ได้เงินมา ทั้งทำงาน ทั้งกิน ทั้งใช้จ่าย ใครมีวิธีทำให้เงินเหลือใช้หรือทำให้เงินพอกพูนนั่นแหละถึงจะรวย

อัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ของโลก ก็ไม่ได้มีสมองที่ใหญ่ไปกว่าเราๆ ท่านๆ แต่เพราะมีความขยัน เฝ้าทดลองวันแล้ววันเล่า เป็นร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เค้าต้องการออกมา เค้าถือว่าถ้าได้ก็ประสบความสำเร็จแล้ว

นักธุรกิจที่รวยระดับประเทศของไทย ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากการที่ไม่มีอะไร บางท่านแค่เสื่อผืน หมอนใบ แต่ด้วยความขยันที่ดูแล้วน่าจะมากกว่าคนอื่นๆ รวมทั้งความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว สู้ไม่ถอย ทำให้รวยเป็นระดับเศรษฐี มหาเศรษฐีดังเช่นทุกวันนี้ได้ ถ้าเรามองไปรอบๆ ตัวจะเห็นตัวอย่างของคนที่สร้างตัวมาจากศูนย์เยอะแยะครับ คนพวกนี้แสวงหาโอกาส และใช้โอกาสเป็นครับ

หรือการเป็นระดับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ก็ต้องฝันฝ่าอุปสรรคนานาประการ มีความขยันขันแข็ง ไม่ท้อไม่ถอย อาจจะเริ่มจากการเป็นลูกจ้าง ไปเป็นหัวหน้างาน ไปเป็นผู้จัดการ และเลื่อนขั้นไปตามลำดับจนถึงผู้บริหารสูงสุดขององค์กร

ในทางกลับกันรวยแต่ขี้เกียจ ไม่ขยัน ไม่อดทน หยิบโหย่ง เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ รักสบาย งานหนักไม่เอา งานเบาไม่สู้ งานจะประสบความสำเร็จมั้ยหล่ะครับ ถึงทำงานไปอาจจะทำได้เพราะเส้นสาย แต่ทำงานไม่ดี ใครมันจะยอมรับ ทรัพย์สินมีได้ก็หมดได้ ถ้าไม่รู้จักรักษา หรือฟุ่มเฟือยเป็นนิจ ไม่มีคนใดในโลกขี้เกียจแล้วรวย ต่อให้เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่ถ้าธุรกิจตกทอดมาถึงตัวเรา แล้วเราขี้เกียจไม่ขยันขันแข็งเหมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เค้าเคยทำกันมา ธุรกิจก็รังแต่จะทดถอยลงไป ซึ่งตัวอย่างในปัจจุบันนี้มีให้เห็นอยู่มากมาย ที่มาถึงรุ่นลูกแล้ว ธุรกิจได้ล่มสลายไป

เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำได้ หากตั้งใจมั่นคงเรียนรู้เพื่อสร้างฐานะของตัวเองโดยสุจริต มีทิศทางชัดเจนแน่นอน ไม่ท้อถอยกลางคัน ไม่นาน เราจะพบว่าโลกนี้มีโอกาสอีกมากมาย ความสำเร็จเป็นของผู้ที่พยายามอย่างมาก และต้องมากกว่าหากเราเกิดมามีน้อยกว่า มีผู้คนในโลกจำนวนมากที่เกิดมาเพียบพร้อมข้าทาสบริวาร สมบัติพ่อแม่ให้มากมาย แต่ลงท้ายกับยากจนเพราะใช้ชีวิตผิดพลาด

อีกพวกที่เกิดมาครอบครัวฐานะไม่สู้ดีนัก แทนที่จะพยายามสู้ฃีวิตในทิศทางที่ถูกต้อง กลับสรุปเอาง่ายๆ ว่า ชาตินี้ทำอย่างไรก็ตั้งตัวไม่ได้ ปล่อยชีวิตไปวันๆ อย่างนี้เมื่อไรจะเกิดความสำเร็จได้ แต่ผมขอบอกไว้เลยนะครับ คนที่มีเงินน้อยก็เก่งได้ครับ แต่อาจช้ากว่าคนรวย เนื่องจากมีทรัพยากรที่จำกัดกว่า เพียงแต่คนจนรู้จักทุ่มเทและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่นั้นให้คุ้มค่าที่สุด ก็จะเก่งได้เองครับ ถ้าเก่งแล้วก็ต้องขยันหาโอกาสด้วยครับ เพราะมันไม่วิ่งมาหาเราง่ายๆ ต้องวิ่งเข้าหามันครับ ให้ขยันยิ่งกว่าที่เคยขยัน อดทนยิ่งกว่าที่เคยอดทน เพราะเป็นสิ่งที่เราสร้างได้ไม่ว่าจะจนหรือรวย นั่นแหละครับหนทางแห่งความสำเร็จ

และที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยากจะบอกว่าความมั่งคั่งร่ำรวยคือความสำเร็จอย่างหนึ่งของมนุษย์ ยากนักที่จะได้มาโดยง่าย ยากยิ่งที่จะได้มาโดยบังเอิญหรือแบบฟลุ๊คๆ คนทำงานหาเงินกว่าจะถึงความร่ำรวยนั้นไม่รู้ว่าต้องแลกด้วยเหงื่อกี่ล้านล้านหยดกันถึงจะไปสู่ความรวยได้