วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการขายอาหารคลีน

อาหารคลีน

 

สำหรับตอนนี้อาหารคลีน (Clean Food) ก็กำลังมาแรง จะสังเกตได้จาก instragam เหล่าดาราดังๆ ที่มักจะชอบโพสท์รูปอาหารคลีนที่ทานในแต่ละวันอยู่บ่อยครั้ง วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับอาหารคลีนกันว่า จริงๆ แล้วอาหารคลีนคืออะไร และจะมีช่องทางใดสำหรับการทำธุรกิจอาหารคลีนบ้าง

อาหารคลีนคืออะไร

ก่อนจะทำธุรกิจอาหารคลีน ผมก็มีคำจำกัดความในเรื่องอาหารคลีนไว้ดังนี้นะครับ

อาหารคลีน คือ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่างๆ เป็นอาหารที่ผ่านการแปรรูปมาน้อยที่สุดนั่นเอง อาหารคลีนเป็นอาหารที่สดสะอาด และไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง หรือการปรุงรสใดๆ มามากจนเกินไป เช่น หวานจัด หรือเค็มจัด

อาหารคลีน คือ การทานอาหารที่สดสะอาด โดยให้เน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่ง และขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ รวมไปถึงกระบวนการหมักดอง และไม่ทานอาหารจั้งฟู้ด และอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง โซเดียม และผงชูรสในปริมาณสูง อย่างอาหารประเภทสำเร็จรูปที่แช่ตู้เย็นนั่นคือตรงกันข้ามเลย เพราะอาหารเหล่านี้มักใส่สารกันเสียเข้าไปด้วยเพื่อให้สามารถเก็บได้นานขึ้น หรือขนมขบเคี้ยวที่ก็จะมีแต่แป้ง และผงชูรส รวมไปถึงน้ำอัดลมหลากสีหลากกลิ่นทั้งหลาย

อาหารคลีน คือ อาหารสะอาด เป็นการทานอาหารปรุงแต่งน้อยใกล้เคียงธรรมชาติ ใช้วัตถุดิบที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป หรือถ้าผ่านกระบวนการแปรรูปก็ผ่านมาน้อยที่สุด และปรุงแต่งน้อย หรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย รสชาติไม่หวานมาก ไม่เค็มมาก ไม่เผ็ดมาก แต่ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

– สรุปแล้วอาหารคลีน คือ อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งดัดแปลงน้อยที่สุด เน้นความเป็นธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน การปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่เน้นทานผักเยอะๆ แต่เป็นการทานอาหารทุกหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม คือมีทั้งคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเนื้อสัตว์ที่ใช้ ควรเลือกแบบที่ไม่ใช่สำเร็จรูป หรือผ่านการปรุงรสมาแล้ว

และอาหารคลีนยังมีสรรพคุณที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะอาหารคลีนส่วนใหญ่จะผลิตมาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งสังเคราะห์ หรือหากมีการปรุงแต่งก็จะมีการปรุงแต่งที่น้อยที่สุด ซึ่งจะมีผลดีต่อคนที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่เราต้องทานอย่างเหมาะสมถูกหลักโภชนาการ ทานให้พอเหมาะพอดี ไม่ทานน้อยจนเกินไป บวกกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ย่อมส่งผลให้หุ่นเราดูดีขึ้นนั่นเองครับ

ผู้ที่ทานอาหารคลีนต้องการสิ่งใด

ผู้ที่ขายอาหารคลีน ต้องทราบว่าผู้ที่ทานอาหารคลีนต้องการสิ่งใด ซึ่งก็มีอยู่ดังต่อไปนี้นะครับ

– ต้องการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
– ถ้าเป็นผู้ชายก็ต้องการมีซิกแพค มีกล้ามเนื้อที่คมชัด
– ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องการมีหุ่นเพรียวบาง ผสมกับมีซิกแพคบ้าง
– ต้องการลดน้ำหนัก เพราะว่ารู้สึกว่าตัวเองอ้วนแล้ว
– ต้องการทานอาหารเพื่อสุขภาพ สะอาด ได้สารอาหารครบถ้วน และมีไขมันน้อย

เมนูอาหารคลีนทำอะไรดี

ถ้าจะเปิดร้านขายอาหารคลีน อย่าเพิ่งคิดว่าจะทำทุกเมนูที่นึกออกนะครับ เพราะบางทีทำเมนูอาหารคลีนมากไปก็เสียเวลาเปล่าครับ เป็นภาระให้กับตัวเองอีกต่างหาก ถ้าเราบริหารเมนูให้ดีๆ ก็จะได้ไม่ต้องทำมากให้เหนื่อย ยกตัวอย่างเช่น สเต๊ก ราดหน้า ผัดกะเพรา อะไรที่คนนิยมทานกันเยอะๆ ประมาณว่าถ้ามีเมนูนี้มันต้องขายได้ ร้อยละห้าสิบต้องสั่งเมนูเหล่านี้เป็นต้น

ทีนี้ก็มาดูวัสดุที่จะนำมาประกอบอาหารบ้าง อะไรที่ซื้อโดยตรงกับเกษตรกรเองได้ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางก็ลองติดต่อซื้อดู เพื่อจะได้ลดต้นทุน อาหารคลีนแต่ละอย่างใช้วัตถุดิบไม่เหมือนกัน ดังนั้นบางอย่างจึงมีกำไรดี บางอย่างอาจได้กำไรน้อย บางอย่างใช้เวลาทำนาน บางอย่างทำได้เร็ว ก็อย่าลืมคิดเผื่อในส่วนนี้ด้วยนะครับ

วัตถุดิบอาหารคลีน

ส่วนวัตถุดิบอาหารคลีน ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะใช้ไก่ ปลา และหมู เป็นหลัก ส่วนผักควรจะใช้ผักไฮโดรโปนิกส์ที่มาจากฟาร์ม เพื่อให้ได้ผักสดใหม่ ส่วนข้าวควรใช้ข้าวกล้อง ผสมน้ำมันมะกอกในการปรุง โดยการจัดเมนูอาหารให้ลูกค้าแต่ละมื้อ เราต้องพยายามให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ บางร้านจึงมีเมนูผลไม้รวมอยู่ในมื้ออาหารด้วยทุกมื้อ เพราะจะได้วิตามินจากผลไม้ด้วย และที่สำคัญเมื่อลูกค้าทานอิ่ม ลูกค้าจะต้องไม่รู้สึกหิวอีก เมื่อทานอาหารของเรา เป็นข้อสำคัญของอาหารคลีน ทานแล้วต้องอิ่ม สารอาหารต้องครบถ้วน

การทำการตลาดให้กับร้านอาหารคลีน

สิ่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจอาหารคลีน ก็คือ การทำตลาดครับ อาหารอร่อย แต่ไม่มีคนมาทานก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ครับ เริ่มแรกผู้ขายอาหารคลีน ต้องสามารถทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวสินค้าให้ได้ เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบในการนำมาประกอบอาหาร และปริมาณโปรตีน ไขมัน หรือแคลลอรี่ที่มีต่ออาหารคลีนหนึ่งกล่อง ไม่ให้เกินความต้องการของร่างกาย หรือไม่ให้น้อยจนเกินไป

การทำการตลาดให้กับร้านอาหารคลีนมีดังต่อไปนี้

– จุดกำเนิดของร้านเรา อธิบายความเป็นมาเป็นไปของร้านเรา เหมือนการเล่าเรื่อง
– วัตถุดิบในการทำอาหารคลีนของร้าน มีกระบวนการทำอย่างไร
– อาจจะทำเป็นวิดีโอลง Youtube เป็น story ของร้านเรา
– หรือนำวิดีโอโพสท์ลง Fanpage ของร้านเรา
– ให้ความรู้เรื่องสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารคลีนอยู่บ่อยๆ เช่น ความรู้ในเรื่องหลักการทางโภชนาการหรือวิทยาศาสตร์อาหาร มาเป็นองค์ประกอบในการให้ความรู้แก่ลูกค้า ทั้งการโพสท์ลง Fanpage หรือทำเป็นโบชัวร์วางแจกไว้บนโต๊ะอาหาร
– ถ้าสามารถทำเว็บไซต์ได้จะดีมาก ใส่ทุกเรื่องราว ทุกวิดีโอ ทุกรูปภาพ ไว้ในเว็บไซต์
– และถ้ามีบทความอัพลงเว็บไซต์ หรือ Fanpage จะดีมาก ทำให้เราเป็นเหมือนผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารคลีน ทุกแง่ทุกมุมในเรื่องอาหารคลีน ถ้าเขียนได้ควรเขียนเพื่อให้มีคนติดตาม ถ้าเขียนไม่ได้ให้จ้างผู้ให้บริการเขียนบทความเขียนให้ ให้เว็บไซต์ หรือ Fanpage มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ

การตั้งราคาอาหารคลีน

การตั้งราคาอาหารคลีน ผมก็ขอแนะนำตั้งราคาตามวัตถุดิบที่เรานำมาทำ บวกกำไรเข้าไป ไม่อยากให้ตั้งราคาถูกเกินไป จนกำไรได้น้อยนิด หรือแพงเกินไปจนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง ให้ตั้งราคาปานกลางพอดีๆ ถ้าเป็นอาหารคลีนทั่วๆ ไปสูงที่สุดไม่น่าจะเกิน 500 บาท หรือถ้าท่านใดใช้วัตถุดิบชนิดพิเศษที่มีราคาแพงก็ให้ขายตามราคาวัตถุดิบของท่าน อาจจะถึง 1000 บาทต่อกล่อง ก็ว่ากันไปครับ

ซึ่งการแพคบรรจุกล่องอาหารคลีนให้ดูน่าทาน จะสามารถช่วยเพิ่มราคาการขายต่อกล่องได้ และเราต้องคำนวณต้นทุนว่าหนึ่งกล่องใช้วัตถุดิบเท่าไหร่ ต้นทุนเท่าไหร่ ควรจะขายเท่าไหร่ และสุดท้ายบวกค่าแรงในการทำเข้าไปด้วยครับ

สร้างบรรยากาศให้ร้านอาหารคลีน

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ว่าการทำ story ของร้านลงเว็บไซต์ หรือ Fanpage เป็นสิ่งจำเป็นแล้ว ผมแนะนำให้ติดรูปภาพคำบรรยายความเป็นมาเป็นไปของร้านเรา ให้ผู้ที่มาทานได้นั่งอ่านรอไปพลางๆ และในร้านให้ติดรูปภาพคำบรรยายวัตถุดิบในการทำอาหารคลีนของร้าน มีกระบวนการทำอย่างไร หรือรูปภาพคำบรรยายว่าการทานอาหารให้ครบห้าหมู่มีอะไรบ้าง เป็นต้น

และนอกจากความอร่อยที่ทางร้านต้องรักษาไว้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ในร้านเราจำเป็นต้องรักษาความสะอาดด้วยนะครับ ไม่ควรปล่อยให้ร้านสกปรกรกรุงรัง ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามาทานอาหารร้านเราครั้งเดียว แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย

และบนโต๊ะอาหารควรมีทิชชู่ ไม้จิ้มฟัน เครื่องปรุง ให้พร้อมนะครับ

กลุ่มลูกค้าอาหารคลีน

กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่ต้องการลดน้ำหนักแต่ไม่มีเวลาลงมือทำอาหารเอง หรือกลุ่มคนทั่วไป ก็จะเริ่มจากคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ไม่ต้องการลดน้ำหนักแบบกินยา ทำให้หันมาทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำ แบบกินอิ่ม แต่น้ำหนักไม่เพิ่ม อาหารคลีนจึงอีกทางเลือกหนึ่ง

กลุ่มลูกค้ามีส่วนสำคัญในการทำธุรกิจประเภทนี้ ช่วงแรกๆ อาจจะเปิดร้านขายอาหารคลีนเล็กๆ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในย่านละแวกนั้น อาจจะเป็นคนทำงานที่พักเที่ยง แล้วแวะเวียนมาทานอาหารคลีนที่ร้านของเราเป็นประจำ จากกลุ่มลูกค้าเหล่านี้เอง ที่ทำให้ท่านสามารถต่อยอด และขยายธุรกิจออกไปได้ โดยอาจจะรับทำข้าวกล่อง อาหารและอาหารว่างให้กับหน่วยงานต่างๆ ในการจัดประชุมสัมมนา หรือเมื่อมีงานเลี้ยงเล็กๆ งานพิธีต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ งานบวช งานแต่ง

ช่วงแรกๆ ก็อาจจะรับงานทำอาหารของกลุ่มลูกค้า และคนสนิทที่คุ้นเคยกันดี เมื่อเรามีฝีมือและมีการบริการที่ดี อาหารอร่อย ไม่เอาเปรียบลูกค้า ก็ทำให้มีงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงอาจจะได้รับเหมาทำอาหารให้กับองค์กรต่างๆ ครับ

ทำเลร้านอาหารคลีน

สำหรับทำเลร้านอาหารคลีนก็มีดังต่อไปนี้นะครับ

– ให้ทำการสำรวจก่อนว่าจุดที่เราจะไปตั้งร้านอาหารคลีน ละแวกนั้นมีร้านอาหารคลีนแล้วรึยัง ถ้ามีมีกี่ร้าน
– ทำเลที่ควรไปตั้งควรอยู่ในที่ชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน เช่น หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย ป้ายรถเมล์ หน้าหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานเอกชนต่างๆ
– หรือจะไปเปิดในห้างสรรพสินค้าก็ได้
– ค่าเช่าในแต่ละพื้นที่อาจจะถูกแพงแตกต่างกันไป ถ้าเป็นในเมืองแถวสุขุมวิท ทองหล่อ สยาม ราคาต่อเดือนแพงแน่นอน ถ้าท่านไปขายในโซนแถบนี้ ก็จำเป็นต้องขึ้นราคาค่าอาหารให้แพงตามราคาค่าเช่า
– ถ้าบ้านของท่านอยู่ในโซนที่มีผู้คนพลุกพล่าน นั่นก็เป็นข้อดีเลยครับ ที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าราคาแพงๆ และค่าอาหารต่อจาน หรือต่อกล่อง จะได้มีราคาถูกลงไปด้วยครับ

การจัดส่งอาหารคลีน

สำหรับการจัดส่งอาหารคลีน ต้องมีการกำหนดพื้นที่ในการจัดส่งว่าต้องเสียค่าบริการเพิ่มเท่าไหร่ เช่น ในเขตของร้านส่งฟรี นอกเขต 100 บาท หรือถ้าเป็นต่างจังหวัดไม่ได้ส่ง เราจะต้องเขียนไว้ในเว็บไซต์ หรือ Fanpage ให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าร้านเราอยู่กรุงเทพ มีลูกค้าสั่งซื้อจากเชียงใหม่ เราจะทำอย่างไร เราต้องเขียนไว้ให้ชัดเจน เช่น ร้านเราอยู่กรุงเทพ ก็จัดส่งให้เฉพาะในกรุงเทพเท่านั้น ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะไม่ให้ค่าจัดส่งมากเกินไปนั่นเองครับ ซึ่งค่าจัดส่งนั้นลูกค้าต้องออกเอง

ถ้าอาหารคลีน 1 กล่องราคา 200 บาท ค่าส่ง 200 บาท ลูกค้าก็คงจะบ่นแน่นอนว่าค่าจัดส่งทำไมแพงจัง เนื่องจากตัวร้าน กับบ้านลูกค้านั้นอยู่ไกลกันมาก เช่นนี้เป็นต้น

และเราจะต้องจ้างพนักงานจัดส่งประจำ อาจจะเป็นรถกระบะ 1 คัน รถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน (ในช่วงเวลาที่รถติด) และเรื่องการรักษาเวลาในการส่งสำคัญมาก ถ้าลูกค้าให้มาส่งเที่ยงไม่เกินบ่ายโมง เราไปส่งบ่ายสอง ก็อาจจะโดนลูกค้าบ่นได้

สรุป

สำหรับการทำธุรกิจอาหารคลีนนั้นก็ไม่ได้ยากเลยใช่มั้ยครับ อีกทั้งร้านอาหารคลีนตอนนี้ก็ยังมีไม่มากนัก ยังมีช่องทาง และช่องว่างทางการตลาดอีกเยอะครับ อยู่ที่ความสามารถของเราจะไปโกยเงินมาได้แค่ไหน หลักแสนบาทต่อเดือน หรือหลักล้านบาทต่อเดือนเป็นไปได้ครับ ถ้าเราพยายามมากพอ มีหลายท่านที่รวยจากการเปิดร้านอาหารคลีน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องรักอาหารคลีนด้วยนะครับ แล้วคุณจะอยู่กับสิ่งนี้ได้นาน และมีความสุข

ผมก็ขอให้ท่านที่สนใจจะทำธุรกิจอาหารคลีน ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยกันทุกท่านนะครับ