วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการขายหอมแดง พร้อมวิธีปลูกหอมแดง

หอมแดงจากสมุนไพรในครัว เป็นพืชผักยอดฮิตที่เรานำมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะใส่เครื่องแกงไม่ว่าจะเป็นแกเผ็ดและแกงอื่นๆ เนื่องด้วยสรรพคุณทางยาที่มากมายหากใครที่ทานบ่อยดีต่อสุขภาพ ช่วยแก้หวัดอีกทังบำรุงร่างกายได้อีกด้วย

หอมแดงเป็นผักที่มีโครงสร้างหัวอยู่ใต้ดิน เช่นเดียวกันกับหอมใหญ่ แต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า มีสีแดง และกลิ่นที่ค่อนข้างแรงกว่า นอกจากนี้ยังสามารถแตกตาข้างทำให้ได้หัวเล็กๆ ที่เกาะติดด้วยกันจำนวนมาก ซึ่งหัวเล็กๆ เหล่านี้จะขยายพันธุ์และเจริญเติบโตต่อไป เมื่อได้นำไปปลูกอย่างน้อยจะแตกประมาณ 10 หัว

การเตรียมปลูกและวิธีปลูกหอมแดง

สำหรับการปลูกหอมแดง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเป็นเรื่องที่ไกลตัวอย่างที่คิด เนื่องจากหอมแดงเป็นพืชที่ชอบดินร่วน ต้องการความชื้นค่อนข้างสูง ในช่วงที่ต้องการที่กำลังเจริญเติบโต และจะชอบดินแห้งในระยะเวลาที่กำลังจะเก็บเกี่ยว อีกทั้งต้องการแสงแดดที่เพียงพอ มีอุณหภูมิเหมาะสมอยู่ประมาณ 12.7-23.8 องศา ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเพาะปลุก ตังแต่เดือนตุลาคม-มีนาคม
การเตรียมแปลงสำหรับปลูกหอมแดง

ในส่วนของการเพาะปลูกหอมแดง สามารถทำได้เช่นเดียวกับการีปลูกกระเทียม เนื่องจากหอมแดงเองเป็นพืชที่มีระบบรากตื้น ดังนั้นการเตรียมแปลงจึงใช้วิธีการเดียวกัน โดยทำการยกขนาดของแปลงให้มีขนาดกว้าง 1-1.5 เมตร และระยะห่างระหว่างต้นที่ปลูกอยู่ที่ 15-20 เซนติเมตร

การขยายพันธุ์

การปลูกโดยทั่วไปจะใช้หัวเล็กๆ เป็นหัวพันธุ์ ซึ่งจะใช้จำนวนประมาณ 100-200 กิโลกรัม/ไร่โดยหัวที่จะนำมาเพราะปลูกจะต้องสะอาด และเกษตรกรจะต้องทำการตัดรากและปลายหัวออกเสียบ้าง จะช่วยให้การงอกเร็วขึ้น ก่อนที่จะมีการนำไปปลูกแนะให้นำหัวหอมแดงไปจุ่มลงสารละลายฆ่าเชื้อรา ผึ่งให้แห้งก่อนนำไปปลูก เป็นการป้องกันและทำลายเชื้อราที่อาจมากับหัวหอแดงได้

วิธีการปลูกหอมแดง

1.ดำหัวพันธุ์ทั้งหมดลงในแปลง ที่เตรียมไว้สำหรับการเพาะปลูก ควรทำในขณะที่แปลงเพาะปลูกมีความชื้น
2.วิธีการดำ เกษตรสามารถทำได้โดยการดำหัวหอมลงไปในดินประมาณ ครึ่งหัว เว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 15-20 เซนติเมตร
3.การปลูกหัวหอมในการกดหัวจะต้องระมัดระวังอย่าให้หัวช้ำ จะต้องทำอย่างเบามือที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นหัวหอมจำช้ำและเน่าตายในที่สุด
4.จากนั้นคลุมด้วยหญ้าแห้ง หรือเศษฟางเพื่อรักษาความชื้น และควบคุมวัชพืชที่จะงอกขึ้น เป็นระยะเวลา 7—10 วัน จากนั้นให้เกษตรกรทำการสำรวจ หากหัวไหนไม่งอกทำการซ่อมใหม่ในพื้นที่จุดเดิม และถอนหัวเก่าทิ้งไป

วิธีการดูแลรักษาหอมแดง

การให้น้ำ

จะต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงการเจริญเติบโตอย่าให้ขาด อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้ง
สำหรับพื้นที่การเพาะปลูกที่มีลักษณะเป็นดินทราบ จะต้องให้น้ำบ่อยครั้ง และปริมาณที่มากกว่าพื้นที่อื่นๆ จะงดการให้น้ำก็ต่อเมื่อหอมแดงเริ่มแก่ และใกล้ฤดูการเก็บเกี่ยว

การให้ปุ๋ย

ในการใส่ปุ๋ย เพื่อการเพิ่มอาหารให้กับหอมแดง แนะให้ใช้ปุ๋ยสูตร 5-10-5, 10-20-10 หรือ 15-15-15 กรณีที่เป็นดินทรายจะต้องเพิ่มโปรแตสเซียมเป็นพิเศษ ในอัตราส่วน 50-100 กิโลกรัม / ไร่
สำหรับการใส่ปุ๋ยสามารถแบ่งได้ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกให้ใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นครั้งก่อน ปล่อยประมาณ 35-40 วันค่อยตามด้วยปุ๋ยครั้งที่สอง วิธีการใส่ ให้โรยข้างและทำการพรวนดินกลบ
สำหรับปุ๋ยยูเรียหรือแอมโมเนียมซัลเฟต จะให้ในอัตราส่วน 20-25 กิโลกรัม / ไร่ เมื่อหอมอายุได้ประมาณ 14 วัน จะเป็นตัวช่วยให้หอมแดงเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น

การพรวนดิน

ในการพรวนดินจะต้องมีการพรวนดินอย่างระมัดระวัง ไม่ให้กระกระเทือนกันราก เนื่องจากหอมแดงเป็นพืชที่มีระบบรากตื้น ในการกำจัดวัชพืชจะดีที่สุดหากเกษตรกรใช้มือถอนแทน และจะต้องทำในระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโต

หากต้องการใช้ยาเพื่อกำจัดวัชพืชแนะนำเป็น Lasso ในอัตราส่วน 0.36-0.46 กิโลกรัม / ไร่ โดยผสมน้ำแล้วฉีดพ่นก่อนที่หอมจะงอก
ไม่เพียงเท่านี้นะคะ สำหรับการดูแลต้นกล้าของหอมแดง และการป้องกันวัชพืช แนะนำหลังปลุกจะต้องมีการคลุมหน้าดินให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา อย่างที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้น จะช่วยประหยัดแรงงาน ประหยัดน้ำ และงบประมาณ ในการลงทุนได้ในระดับหนึ่งเลยล่ะ
การเก็บเกี่ยวหอมแดง

การเก็บเกี่ยวหอมแดง

หอมแดงสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 70-110 วัน แต่ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับพันธุ์และฤดูการปลูกด้วย หากเป็นการปลูกนอกฤดู สามารถเก็บได้ 45 วัน ก่อนการเก็บเกี่ยวจะต้องสังเกตที่สีใบของหอมแดงเอง ว่าจางและเหลืองลงหรือไม่ หากเป็นอย่างที่ได้กล่าวมา หมายความว่าหอมแดงแก่พอที่จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยผลผลิตที่ได้จะอยู่ในปริมาณไร่ละ 1100 กิโลกรัม/ไร่ กรณีที่เกษตรกรต้องการเก็บพันธุ์หอมแดงไว้สำหรับการเพาะปลูกในครั้งต่อไป จะต้องเลือกเก็บหัวที่มีความแข็งแรง ไม่มีโรคและแมลง และจะต้องเก็บตอนแก่จัด แยกและเก็บส่วนไว้ทำพันธุ์ออกมาต่างหาก ผึ่งแดดให้แห้ง ฉีดยาป้องกันเชื้อรา ผึ่งแดดอีกครั้งเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น