วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการขายบานอฟฟี่ พร้อมสูตรวิธีทำบานอฟฟี่

 

สำหรับท่านที่ชื่นชอบความอร่อยของบานอฟฟี่ ต้องไม่พลาดบทความนี้ เพราะผมจะมาบอกวิธีทำบานอฟฟี่ที่สุดแสนจะอร่อย ว่ามีวิธีการทำอย่างไร และสำหรับท่านที่เปิดร้านขายเค้กอยู่ ถ้าจะนำบานอฟฟี่ไปเป็นหนึ่งในเมนูอร่อยของร้าน ก็คงจะดีไม่น้อยนะครับ เอาหล่ะครับ ก่อนอื่นผมก็จะขอบอกประวัติความเป็นมาของบานอฟฟี่อย่างคร่าวๆ นะครับ

บานอฟฟี่ มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Banoffee โดยเป็นการรวมคำมาจากคำว่า Banana ที่แปลว่า กล้วย และ Toffee ที่แปลว่า ทอฟฟี่ หรือคาราเมล มารวมคำกันเป็น Banoffee ซึ่งบานอฟฟี่เป็นขนมหวานของประเทศอังกฤษ ที่ผสมผสานกล้วย และทอฟฟี่ เข้าด้วยกัน และวางอยู่บนชั้นของแป้งพายกรุบกรอบแต่งหน้าด้วยครีมสด ให้รสสัมผัสที่หอมละมุนด้วยกลิ่นของกล้วยและคาราเมล ทำให้หลายๆ ท่านเมื่อได้ทานก็ติดใจ

ซึงผู้ที่คิดค้นบานอฟฟี่ขึ้นมา นี่ก็คือ คือ คุณนิเกล แม็กเคนซี และ คุณเอียน ดาวดิง ซึ่งพวกเขาเป็นเจ้าของร้านและพ่อครัวในร้านอาหารเดอะฮังกรีมังก์ ในเมืองเจวิงตัน อีสต์ซัสเซกซ์ โดยพวกเขาระบุว่าเขาได้คิดค้นพายนี้ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2514 โดยแก้ไขสูตรมาจาก “พายบลัมส์คอฟฟี่ทอฟฟี่” ซึ่งเป็นพายอเมริกัน โดยใส่ทอฟฟี่เหลวกับนมข้นหวาน หลังจากได้มีการเปลี่ยนส่วนผสมจากแอปเปิ้ล หรือส้มแมนดาริน แม็กเคนซีได้ใช้กล้วยแทน และตั้งชื่อว่า “บานอฟฟี่” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

บานอฟฟี่นั้นมีหลายรูปแบบ สามารถทำใส่ในถ้วย หรือจะทำเป็นปอนด์ที่เรียกว่า บานอฟฟี่ พาย ก็ได้เช่นกัน ส่วนประกอบหลักๆ คือ ฐานของขนมที่ทำจากแครกเกอร์ บิสกิต หรือคุกกี้ บดละเอียด ทอฟฟี่คาราเมล กล้วยหอม และตกแต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม บีบเป็นรูปทรงต่างๆ คาราเมลที่ใช้ในบานอฟฟี่มีวิธีทำหลากหลายสูตร เช่น คาราเมลสำเร็จรูป หรือคาราเมลแบบที่ทำจากน้ำตาล เนย นมข้นหวาน นำมาเคี่ยว หรือคาราเมลแบบที่นำนมข้นหวานต้มจนเป็นสีน้ำตาล วิธีการคือ ตั้งน้ำที่ไฟปานกลางและนำกระป๋องนมข้นลงไปต้มทั้งกระป๋องโดยไม่ต้องเปิดฝา ต้มประมาณ 2 ชั่วโมง (หากต้องการให้คาราเมลมีสีน้ำตาลเข้มมากก็ให้ต้มนานขึ้น) ซึ่งการทำทอฟฟี่คาราเมลวิธีนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน หลายๆสูตรจึงนิยมทำคาราเมลโดยใช้น้ำตาลทรายผสมกับนมข้นหวานแทน

ส่วนฐานบานอฟฟี่อาจเลือกใช้ไดเจสทีฟบิสกิต คุกกี้เนย คุกกี้ช็อกโกแลต หรือแครกเกอร์รสที่ชอบ ก่อนทำ บดให้ละเอียดคลุกเคล้ากับเนยละลายให้เข้ากันแล้วกรุลงพิมพ์ และที่สำคัญคือต้องแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาให้ฐานเซ็ทตัวอย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป ส่วนขั้นตอนการทำคาราเมลแบบที่ใช้น้ำตาล เมื่อต้มน้ำตาลด้วยไฟกลาง (ใช้หม้อที่ทนความร้อน) จนน้ำตาลละลายเป็นสีอำพันตามต้องการแล้ว ใส่วิปปิ้งครีมอุ่นลงไป เพื่อไม่ให้คาราเมลกระเด็น และตามด้วยใส่ส่วนผสมที่เหลือ เช่น นมข้นหวาน เนย หรือเกลือ

สูตรวิธีการทำบานอฟฟี่พาย

ส่วนผสมฐานพาย

– โอริโอ้คุกกี้บดละเอียด 150 กรัม
– เนยจืดละลาย 75 กรัม

ส่วนผสมตัวพาย

– น้ำตาลทราย 150 กรัม
– น้ำเปล่า 1 ช้อนชา
– วิปปิ้งครีมส่วนที่หนึ่ง 1 ถ้วยตวง
– ช็อกโกแลต 50 กรัม
– กล้วยหอม 4 ลูก
– วิปปิ้งครีมส่วนที่สอง 1 ถ้วยตวง

วิธีการทำ

– บดโอริโอ้ให้ละเอียด และละลายเนยที่เตรียมไว้นะครับ
– นำโอริโอ้บดผสมกับเนยละลายให้เข้ากัน นำไปกรุเป็นฐานพิมพ์ แช่ช่องแข็งรอไว้ 30 นาที
– ขั้นตอนต่อไปมาทำตัวพายกันนะครับโดยเริ่มจากการทำคาราเมลก่อนนะครับ นำวิปครีมส่วนที่ 1 ไปตั้งอุ่นในไมโครเวฟพักไว้
– น้ำตาลทรายและน้ำเปล่าเทลงในหม้อผสมให้เข้ากันแล้วนำไปตังไฟ ใช้ไฟอ่อนนะครับหมุนวนหม้อไปเรื่อยๆจนน้ำตาลละลายและสีเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง นะครับแล้วนำวิปปิ้งครีมที่เราอุ่นไว้เทใส่ลงไป ยังใช้ไฟเบาเหมือนเดิมนะครับใช้ตะกร้อมือคนๆ ตลอดเวลา อย่าหยุดคนนะครับเดี๋ยวไหม้ ไม่เป็นคาราเมลกันพอดี เมื่อผสมเขากันดีแล้ว พักไว้ก่อนนะครับ
– นำช็อกโกแลตไปละลายแล้วนำมาทาตรงฐานพิมพ์ที่เตรียมไว้นะครับทาให้ทั่วเลย
– นำกล้วยหอมที่เตรียมไว้วางเรียงให้เต็มพิมพ์ แล้วราดทับด้วยคาราเมล
– ตีวิปครีมส่วนที่เหลือราดทับลงบนกล้วยแล้วนำเข้าแช่ตู้เย็น 21 ชั่วโมงนะครับแล้วนำออกจากพิมพ์ ก่อนเสิร์ฟโรยด้วยผงโกโก้หนาๆนะครับ ตัดเสิร์ฟคู่กับช็อกโกแลตซอส หรือ รับประทานเดี่ยวๆเลยก็ได้ครับ

สูตรวิธีการทำบานอฟฟี่เนยถั่ว

ส่วนผสมฐานคุกกี้

– บิสกิต 1 ถ้วย
– เนยละลาย 1/2 ถ้วย
– น้ำตาลทราย 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมคาราเมลเนยถั่ว

– เนยละลาย 1/2 ถ้วย
– น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย
– กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
– นมข้นหวาน 150 มิลลิลิตร
– เนยถั่ว 1/2 ถ้วยตวง

ส่วนผสมท็อปปิ้ง

– วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
– กล้วยหอม 5 ลูก
– ผงโกโก้

วิธีการทำ

– ก่อนอื่นเตรียมถ้วยที่เราจะใส่บานอฟฟี่ไว้ก่อนนะครับ
– บดบิสกิตให้ละเอียด เติมเนยละลายและน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้เข้ากัน นำไปอุ่นในไมโครเวฟให้มีกลิ่นหอมๆก่อนนะครับแล้วนะมาตักใส่ลงในถ้วยแก้วอัดให้แน่นประมาณ 1/4 แก้ว จากนั้นนำไปแช่เย็น เตรียมไว้
– ทำคาราเมลเนยถั่วโดยใช้หม้อหู เพื่อง่ายต้อการคนนะครับ ใส่น้ำตาลทรายลงไป เนยละลาย และกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟใช้ไฟอ่อนนะครับ ใช้วิธียกหม้อหมุนไปเรื่อยๆคนทุกอย่างเข้ากันดีและเริ่มเดือดปุดๆ
– เติมนมข้นหวานลงไปขั้นตอนนี้ต้องใช้ตะกร้อมือช่วยแล้วครับ คนส่วนผสมตลอดเวลาจนส่วนผสมเหนียวเป็นคาราเมล ใส่เนยถั่วตามลงไปคนเร็วๆแล้วยกลงครับ
– ตักใส่ลงในแก้วคุกกี้ที่เตรียมไว้นะครับ จากนั้นนำไปแช่เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง
– ครบเวลาหั่นกล้วยหอมใส่ลงในแก้วบานอฟฟี่
– ตีวิปครีมที่เตรียมไว้จนตั้งยอดแข็งใส่ปิดทับด้านบน
– โรยผงโกโก้อีกชั้นเป็นอันเสร็จ พร้อมยกเสิร์ฟได้ครับ

สูตรวิธีการทำบานอฟฟี่ทาร์ต

ส่วนผสมแป้งทาร์ต

– แป้งสาลีอเนกประสงค์ 230 กรัม
– เนยสดชนิดเค็ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก 100 กรัม
– ไข่ไก่ 1 ฟอง
– น้ำเย็นจัด 1-2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมทอฟฟี่ซอส

– น้ำตาลทราย 300 กรัม
– น้ำเปล่า 60 กรัม
– วิปครีมชนิดจืด 250 กรัม
– เนยสดชนิดเค็ม 50 กรัม

ส่วนผสมครีมทอฟฟี่

– วิปครีมชนิดจืด 500 กรัม
– ทอฟฟี่ซอส ½ ถ้วยตวง
– เจลาตินชนิดแผ่น 1 แผ่น
– กล้วยหอมสุกหั่นแว่นบาง 5 ลูก

วิธีการทำ

– นำแป้งสีอเนกประสงค์เทลงชามผสม ใน่เนยเย็นตามลงไปใช้ที่ตัแป้วสับเนยจนเป็น
ก้อนเล็กๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี เติมไข่ไก่ เติมน้ำเย็นลงผสมตามลำดับ เคล้าพอแป้งจับตัวเป็นก้อน อย่านวดนะครนับเดี๋ยวแป้งจะหนืดไป เสร็จแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นพักไว้ประมาณ 5-10 นาที
– ครบเวลาเอาแป้งออกมารีดให้เป็นแผ่น บางประมาณ 0.3 เซนติเมตร ตัดแป้งให้พอดี
กับพิมที่จะกรุ
– กรุแป้งลงพิมพ์ ใช้ส้อมเจาะบริเวณก้นพิมพ์เพื่อให้แป้งสุกแบบไม่พอง นำถุงที่ทับพิมพ์(เอาไว้ทับเวลาอบแป้งทาร์ต มีขายตามตลาด หรือทำเองโดยการเอาเมล็ดถั่ง ห่อด้วยฟอยด์ขนาดเท่าพิมที่จะใช้) วางทับลงบนแป้งทาร์ตนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175องศาเซลเซียส ประมาณ 15-20 นาที ครบเวลาเอาออกพักไว้ครับ
– โดยผสมน้ำตาลทราย และน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน ตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อยๆนะครับ ใจเย็นๆ จนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง เติมวิปครีมและเนยสด คนพอเข้ากันดี พักไว้จนเย็น เท่านี้ก็จะได้ทอฟฟี่ซอสแล้วครับ
– ต่อมามาทำครีมทอฟฟี่ โดยแช่เจลาตินในน้ำเย็นจัดจนแผ่นมีลักษณะอ่อนนิ่ม นำอุ่นด้วยไมโครเวฟ 10 วินาที ให้ละลายพักไว้
– ตีวิปครีมด้วยหัวตีตะกร้อโดยใช้ความเร็วสูงสุดจนตั้งยอดแข็ง เติมทอฟฟี่ซอสและเจ
ลาตินละลายลงผสมคนพอเข้ากัน
– ขั้นตอนสุดท้ายนำทอฟฟี่ครีมใส่ในแป้งทาร์ตที่อบสุก วางกล้วยหอมหั่นลงไปแล้วราด
ด้วยทอฟฟี่ซอสที่เหลือ นำเข้าแช่ในตู้เย็น 10 นทก่อนยกเสิร์ฟครับ

เคล็ดลับในการทำบาน๊อฟฟี่

– การทำคาราเมลควรใส่น้ำตาลให้กระจายทั่วก้นหม้อ ระหว่างเคี่ยวไม่ควรคน เพราะน้ำตาลจะตกผลึก ถ้ากลัวไหม้ให้ใช้วิธีเขย่าหม้อเบาๆ
– ข้อควรระวังในการทำคาราเมลคือ ไม่ควรใส่ของเหลวที่เย็น ลงในคาราเมลร้อนๆ เพราะจะทำให้คาราเมลกระเด็น และเป็นอันตรายได้ เพราะเหตุนี้เราจึงต้องนำวิปปิ้งครีมตั้งไฟให้พออุ่น ก่อนที่จะใส่ลงในคาราเมล
– ควรเลือกใช้กล้วยหอมสุก เพราะรสชาติจะหวานกว่ากล้วยหอมที่ยังไม่สุก

การขายบานอฟฟี่

บานอฟฟี่นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นของหวานที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว ถ้าเราเปิดร้านเค้กอยู่ ถ้าจะใส่เมนูนี้เพิ่มเข้าไปในเมนูเค้กในร้านเรา ก็จะเพิ่มความหลากหลายของเมนูให้มากขึ้น หรือเราจะเปิดเป็นร้านที่ขายเฉพาะบานอฟฟี่อย่างเดียวเลยก็ได้ แล้วก็คิดค้นบานอฟฟี่ไว้หลายๆ เมนู อย่างเช่น บานอฟฟี่พาย คาราเมล, บานอฟฟี่พาย สูตรกล้วยหอม, บานอฟฟี่เนยถั่ว ,บานอฟฟี่ทาร์ต, บานอฟฟี่พายถ้วยจิ๋ว และอื่นๆ ตามแต่จะคิดค้นขึ้นมาได้ เป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ บวกกับประสบการณ์การทำบานอฟฟี่ ก็จะได้บานอฟฟี่แบบแปลกๆ ใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ หรือจะศึกษาจากตำราบานอฟฟี่ของต่างประเทศว่าเค้ามีการครีเอททำบานอฟฟี่แบบไหนบ้าง แล้วเราก็เอาปรับใช้ในร้านของเรา ร้านของเราก็เต็มไปด้วยบานอฟฟี่เมนูหลากหลาย บวกกับการหาทำเลเยี่ยมๆ สักที่ และความรู้ในการทำธุรกิจ เท่านี้ก็เปิดร้านขายบานอฟฟี่ได้แล้วครับ

การทำธุรกิจทุกอย่างต้องใช้ระยะเวลา และความอุตสาหะ ท่านที่ต้องการเปิดร้านขายบานอฟฟี่ นอกจากจะต้องมีฝีมือในการทำบานอฟฟี่แล้ว ควรจะศึกษาเรื่องธุรกิจเอาไว้ให้มากๆ เพราะบางท่านเก่งทำอาหาร แต่ไม่เก่งทำธุรกิจ ทำให้ทำธุรกิจแล้วไม่ประสบความสำเร็จ บางท่านเก่งธุรกิจ แต่ไม่เก่งทำอาหาร ถึงจุดนี้ถ้าเราต้องการเป็นเจ้าของร้านบานอฟฟี่ เราก็ต้องเก่งทั้งทำอาหาร เก่งทั้งธุรกิจ การทำธุรกิจจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ ผมก็ขออวยพรให้ขายบานอฟฟี่จนร่ำรวยกันทุกท่านครับ