วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการขายกระเทียม พร้อมวิธีปลูกกระเทียม

กระเทียมจัดว่าเป็นผักที่มีความจำเป็นในด้านการปรุงอาหารในลักษณะของเครื่องเทศ เนื่องจากมีกลิ่นฉุน และมีรสชาติที่เผ็ด ช่วยในการดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี สังเกตได้เลยว่าอาหารไทยแทบทุกชนิดล้วนแต่มีกระเทียมเป็นเครื่องปรุงเกือบทั้งสิ้น กระเทียมจัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวหอมใหญ่ จะแตกต่างกันตรงโครงสร้างของหัว โดยตัวกระเทียมจะมีลักษณะเป็นหัวเล็กๆ รวมกันอยู่ แล้วจะมีเปลือกมาหุ้มอีกชันหนึ่ง สามารถนำหัวในส่วนนี้ไปขยายพันธ์ได้ กระเทียมจัดว่าเป็นเครื่องเทศที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

ขั้นตอนการเตรียมและวิธีการปลูกกระเทียม

กระเทียมสามารถขึ้นและเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีลักษณะร่วนซุย ชอบความเป็นกรดเป็นด่างปานกลาง ประมาณ 5.5 – 6.8 ในระยะแรกที่มีการเพาะปลูกกระเทียมต้องการพื้นดินที่ค่อนข้างชื้น และต้องการพื้นที่ที่มีลักษณะดินแห้งในช่วงหัวแก่ ยิ่งหากใกล้เก็บเกี่ยว เป็นช่วงที่ต้องการแสงแดดเต็มที่ ตลอดวัน อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก 13 -24 องศาเซลเซียส

ในประเทศไทยฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกกระเทียมได้แก่ พฤศจิกายน จนถึงมกราคม แต่ทั้งนี้เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้ตั้งแต่ตุลาคมไปจนถึงเดือนมีนาคมเลยทีเดียวนะครับ

การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูก

ในการปลูกกระเทียม เนื่องจากเป็นพืชที่มีระบบรากตื้น ดังนั้นในการจัดเตรียมดิน เกษตรกรจะต้องทำการขุดดินที่มีความลึกเพียงแค่ 15 – 20 เซนติเมตร ซึ่งในการเตรียมดิน แนะนำให้มีการผสมปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักลงไปคลุกเคล้าด้วย รวมไปถึงทำการย่อยดินให้ละเอียดแล้วยกแปลงกว่าง 1.5 เมตร ระยะห่างระหว่างต้นที่ปลูกจะอยู่ที่ 10-15 เซนติเมตรเท่านั้นเอง

การปลูกต้นกระเทียม
1.การเลือกหัวกระเทียมสำหรับการเพาะปลูก จะต้องเป็นหัวที่สดใหม่ ไม่ได้เก็บไว้ในระยะนาน เพื่อที่จะได้ต้นกระเทียมที่สมบูรณ์
2.จำนวนหัวกระเทียมที่จำเป็นต้องใช้ในการเพาะปลูก อยู่ที่ 80-100 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่
3.ก่อนที่จะนำต้นกระเทียมไปเพาะในแปลงแนะนำว่าให้แกะกลีบกระเทียมออกจากหัวก่อน แต่ก่อนที่จะแกะออกควรทำการตัดใบที่แห้งและตกแต่งรากก่อน
4.ในการปลูกเมื่อได้เม็ดกระเทียมให้ทำการดำลงไป ในดินที่ค่อนข้างชื้น โดยการกดให้จมดินลึกประมาณ 2 ใน 3 ของกลีบ
5.จากนั้นให้คลุมด้วยฟาง หรือเศษหญ้าแห้ง หนาพอสมควร ทั้งนี้เพื่อรักษาความชิ้นในหน้าดิน และเพื่อควบคุมป้องกันการเกิดวัชพืช

วิธีการดูแลรักษากระเทียม

การให้น้ำและปุ๋ยแก่ต้นกระเทียมหลังจากปลูก จะต้องมีการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ จะต้องระวังอย่าให้ดินขาดความชื้น เมื่อหัวกระเทียมเริ่มแก่ก็เริ่มงดน้ำได้เลย
การให้ปุ๋ยแนะนำให้เลือกใช้สูตร N:P:K = 1:1:2 โดยอาจเลือกปุ๋ยเคมีเช่น สูตร 10-10-5 และ 13-13-21 ในปริมาณ 50-100 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ ทั้งนี้การให้ปุ๋ยจะต้องขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของพื้นที่ที่มีการเพาะปลูก โดยการใส่ปุ๋ยสำหรับการปลูกกระเทียมจะใส่ก่อนที่มีการปลูก ครึ่งหนึ่ง และใส่หลังจากที่มีการเพาะปลูกได้ 30 วัน แต่อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการให้ต้นกระเทียมเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดี ควรเสริมด้วยปุ๋ยเสริมไนโตรเจน อย่างเช่น ปุ๋ยยูเรีย หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต จะดีที่สุดหากมีการใส่หลังจากมีการปลูก 15 วัน อัตราส่วย 25-30 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่

การกำจัดวัชพืช

ในการปลูกกระเทียม เรื่องการดูและการกำจัดวัชพืชเป็นส่วนที่สำคัญ เพราะไม่อย่างนั้นวัชพืชเหล่านั้นจะคอยแย่งน้ำและอาหารของต้นกระเทียม ขั้นตอนที่ดีคือการกำจัดตั้งแต่ก่อนที่จะมีการลงปลูก หากไม่มีการกำจัดก่อนการปลูกอาจส่งผลกระทบต่อหัวกระเทียม

นอกจากมีการให้น้ำและปุ๋ยแล้ว การคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ในการป้องกันการเกิดวัชพืชได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ความหนาของฟาง หรือเศษหญ้าจะช่วยให้ต้นพืชเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรได้ดีในระดับหนึ่ง

การเก็บเกี่ยวกระเทียม

ฤดูการเก็บเกี่ยวสำหรับการปลูกต้นกระเทียม โดยทั่วไปแล้วพันธุ์เบาจะใช้ระยะเวลา 75-90 วัน พันธุ์กลางจะใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกตลอดจนเก็บเกี่ยว 90-120 วัน และพันธุ์หนักจะใช้ระยะเวลาประมาณ 150 วันขึ้นไป

สำหรับการเก็บเกี่ยวนั้น วิธีการสังเกตว่าหัวกระเทียวแก่เต็มที่หรือไม่นั้นให้ดูที่ใบของกระเทียมเป็นหลัก ว่าใบแห้ง หรือมีก้านชูดอกหรือไม่ เพราะหากทิ้งไว้นานจนเกินไป เมื่อขุดขึ้นมากลีบที่ได้จะร่วงออกจากกัน คุณภาพของกระเทียมก็จะลดลงไปด้วย

โดยวิธีการเก็บเกี่ยวง่ายๆ โดยเกษตรกรสามารถทำการถอนหัวกระเทียมออกจากแปลงได้ด้วยมือ แล้วนำออกมาผึ่งแดด 4-5 วัน ระวังอย่าให้ถูกน้ำค้าง หรือละอองฝนในเวลากลางคืน เมื่อผึ่งแดดเสร็จแล้วให้นำไปเก็บในโรงเรือนโปร่ง มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จนกระทั่งแห้งสนิทค่อยทำความสะอาดและคัดขนาดของหัวกระเทียม พร้อมๆไปกับการมัดเป็นช่อและเป็นพวง เพื่อออกจำหน่าย และนำไปปรุงอาหารต่อไป