ทั่วๆ ไป

รวยด้วยการเป็นนักเขียนการ์ตูน

นักเขียนการ์ตูน

 

ถ้าพูดถึงอาชีพนักเขียนการ์ตูน ในปัจจุบันนี้มีคนจำนวนมากที่มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูน อาจจะเกิดจากแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ที่ชื่นชอบตัวการ์ตูนต่างๆ หรืออาจจะเป็นเพราะความหลงไหลในงานศิลปะการวาดภาพ ในวันนี้ผมก็จะขอพูดถึงการเข้าสู่อาชีพนักเขียนการ์ตูนว่ามีความยากง่ายอย่างไร มาเริ่มกันเลยครับ

อาชีพนักเขียนการ์ตูนนั้น ถ้าดูผิวเผินเหมือนจะง่าย แต่จริงๆ ต้องใช้จินตนาการสูงมากในการสร้างสรรค์ตัวการ์ตูนออกมาให้ผู้อ่านนิยมชมชอบ ต้องอาศัยการเขียนแล้วเขียนอีกๆ เพื่อให้ได้ตัวการ์ตูนที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ซ้ำแบบใครออกมา

อาชีพนักเขียนการ์ตูนนั้น ส่วนใหญ่จะเขียนคนเดียว ทำคนเดียว อยู่กับจินตนาการของตนเองจนสร้างสรรค์ผลงานออกมา โดยมีระยะเวลาการทำงานจากสำนักพิมพ์เป็นตัวกำหนดว่าจะให้เวลาในการทำงานนานเท่าไหร่ ซึ่งในบางครั้งเราอาจจะต้องใช้เวลาในการจินตนาการ หรือหาแรงบันดาลใจค่อนข้างนาน หรือในบางทีเราก็สามารถเขียนการ์ตูนออกมาได้ในเวลาที่รวดเร็ว ส่งงานก่อนกำหนดก็มี

สำหรับความกดดันในงานเขียนการ์ตูนก็คือ ความจำกัดของเวลา และการหมดไอเดียในการเขียน ซึ่งนักเขียนที่จะก้าวจากมือสมัครเล่นไปเป็นมืออาชีพนั้น จะต้องแก้ปัญหาในตรงจุดนี้ให้ได้ ซึ่งการหมดไอเดียในการเขียนอาจจะแก้ได้โดยการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ การไปในสถานที่ที่ไม่เคยไป หรือหานิยายแนวแฟนซีมาอ่าน

คุณสมบัติที่ต้องมีสำหรับนักเขียนการ์ตูน

1. คุณสมบัติสำคัญที่สุดของนักเขียนการ์ตูนก็คือ ทักษะในการวาดรูปการ์ตูน ซึ่งผู้ที่จะอาชีพนี้ควรจะต้องมีพื้นฐาน และมีเทคนิคการวาดในแบบเฉพาะตน นักเขียนการ์ตูนอาจจะไม่ต้องวาดรูปสวยเลิศเลอ แต่ควรที่จะมีเอกลักษณ์เส้นสายการวาดในแบบฉบับของตนเอง เมื่อผู้อ่านอ่านการ์ตูนก็จะทราบว่าผู้เขียนคือใคร
2. เป็นคนมีจินตนาการสร้างสรรค์ตัวการ์ตูน ซึ่งตัวการ์ตูนในแต่ละเรื่องจะมีหน้าตาไม่เหมือนกัน นั้นเป็นเพราะจินตนาการในสร้างสรรค์งานของนักเขียนแต่ละท่านไม่เหมือนกัน บางทีภาพตัวการ์ตูนอาจจะได้มาจากการอ่านนิยาย อ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งมาจากความฝัน งานนักเขียนการ์ตูนเป็นงานที่ต้องใช้จินตนาการอย่างมาก
3. มีความสามารถในการเล่าเรื่องราวการ์ตูน และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นให้ผู้อ่านอ่านได้แบบเข้าใจง่ายๆ ได้ใจความ ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังเล่าเรื่องการ์ตูนตอนที่กำลังตลก หรือกำลังเศร้า หรือกำลังน่าตื่นเต้น สิ่งที่ผู้อ่านได้รับก็ควรตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะถ่ายทอดลงไป ในส่วนของเนื้อเรื่องการ์ตูนนั้นก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการของนักเขียนคนนั้นๆ ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องเขียนออกมาในรูปแบบใด เพียงแต่สามารถสื่อสาร และถ่ายทอดเนื้อหาได้ก็เข้าใจก็เพียงพอ
4. มีความสามารถในการจัดวางหน้ากระดาษ หรือที่เรียกว่า Layout ระหว่างภาพวาดการ์ตูนของเรา และเนื้อหาที่เราจะเขียนลงไปนั้น เราต้องนำมาจัดวางซ้อนกันให้ออกมาน่าสนใจ น่าติดตาม และเข้ากับเนื้อเรื่อง
5. เป็นคนตรงต่อเวลา เมื่อเรามีฝีมือจนถึงขั้นที่ไปทำงานตามสำนักพิมพ์ต่างๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ การตรงต่อเวลา เพราะหนังสือการ์ตูนนั้น มีเวลาการออกจำหน่ายในแต่ละเดือนในช่วงวันที่กำหนดไว้ ฉะนั้นเราจะต้องเขียนการ์ตูนให้เสร็จตรงต่อเวลา หรือเหลือเราคนเดียวที่ยังไม่เสร็จ จะทำให้การออกวางจำหน่ายล่าช้า ทำให้มีผลกับการพิจารณาโอกาสในการทำงานที่สำนักพิมพ์ต่อได้
6. ประการสุดท้าย ในยุคของเทคโนโลยีอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ นักเขียนการ์ตูนนอกจากจะวาดรูปลงในแผ่นกระดาษได้แล้ว ยังควรมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ ในการวาดรูปลงบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คือเราจะสามารถวาดการ์ตูน และลงสีลงไปในคอมพิวเตอร์ได้เลย สำหรับอุปกรณ์นั้นเราจะต้องมี Macbook Imac หรือคอมพิวเตอร์แบบอื่นๆ ที่ตนเองถนัด เช่น Intous 5 wacom และ Gpen สำหรับทำงานนอกสถานที่ ซึ่งก็คือคอมพิวเตอร์ และเม้าส์ปากกาที่ไว้ใช้สำหรับวาดภาพ และลงสีลงไปบนคอมพิวเตอร์ สำหรับการหาเทคนิคใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ทันสมัย และรวดเร็ว ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการทำงานเขียนการ์ตูน เพื่อให้สามารถทำงานเสร็จตรงตามเวลา และมีลูกเล่นในชิ้นงานที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วย

ผลงานการ์ตูนลงบนแผ่นฟิล์ม

ถ้าผลงานของเราดี เข้าตากรรมการ ผลงานของเราจะถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มทำเป็นภาพยนตร์ โดยจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยทำงาน มีรายละเอียด มีขั้นตอนหลายขั้นตอนตามกระบวนการผลิต และการถ่ายทำ ช่วยทำให้ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวเหมือนจริง และสวยงามมากขึ้น หรือที่เรียกกันติดปากว่าภาพ Animation ซึ่งในการผลิตภาพยนตร์การ์ตูน จะต้องการภาพการ์ตูนที่มากขึ้น จะใช้ภาพประมาณ 16 – 24 ภาพ ในแต่ละท่วงท่าของการเคลื่อนไหว หรือปรับให้ทันสมัย ใช้เป็นต้นแบบประกอบในการวาดการ์ตูนการเล่นทางคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต

รายได้ของนักเขียนการ์ตูน

สำหรับรายได้ของงานนักเขียนการ์ตูน จะได้รับเงินแบบเหมาเป็นเรื่องๆ ไป หรือเป็นเงินส่วนแบ่งจากยอดขายของสำนักพิมพ์ที่นำการ์ตูนไปพิมพ์ หรือได้รับรายได้แบบเป็นการซื้อลิขสิทธิ์แบบซื้อขาด รายได้ที่เราจะได้รับจากสำนักพิมพ์ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของเรา และผลงานที่ผ่านมาของเราด้วย

ถ้าหนังสือการ์ตูนของใครขายดี รายได้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย งานก็จะเข้ามาเยอะขึ้น โอกาสต่างๆ ในชีวิตก็จะเข้ามา เรียกได้ว่าเริ่มมีชื่อในวงการแล้ว รายได้ขึ้นอยู่กับว่าเราทำแบบพนักงานบริษัท หรือทำแบบ freelance ถ้าทำแบบพนักงานก็ได้เงินเดือน และค่าต้นฉบับด้วย ส่วนถ้าทำเป็น freelance จะได้ค่าต้นฉบับบอย่างน้อย 10 % ของยอดที่พิมพ์ และพิมพ์ซ้ำได้เพิ่มอีก 10 % และข้อดีคือเรายังสามารถรับงานเสริมจากสำนักพิมพ์อื่นได้อีก ซึ่งนักเขียนการ์ตูนมีการทำงานค่อนข้างที่จะเป็นอิสระ เพราะทำงานเป็นชิ้น หรือเหมาทั้งงาน แต่ก็ต้องทำงานให้เสร็จทันตามเวลาที่ทางสำนักพิมพ์ได้กำหนดเอาไว้

หรือถ้าเรากลัวว่ารับรายได้จากสำหนักพิมพ์จะได้ค่าตอบแทนไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เราก็เป็นผู้ผลิตเอง ขายเอง เราก็จะได้เงินจากการพิมพ์หนังสือการ์ตูนขายเองแบบเต็มๆ แต่เราจะเสียเงินไปกับการโปรโมทหนังสือของเราด้วย ซึ่งเป็นข้อเสียของการเขียนเอง ขายเอง

สรุป

อาชีพนักเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพที่สนุก ได้ทำในสิ่งตนเองรัก และยังได้เงินอีกต่างหาก อาชีพดีๆ แบบนี้หายากนะครับ ใครจะว่าว่ามีรายได้น้อย ไม่มีเงินพอกิน แต่ถ้าเราทำแล้วมีความสุข ถึงจะได้เงินน้อย แต่เราก็ภาคภูมิใจในงานของเรา งานศิลปะมีค่ามากกว่าเงิน บางทีเราวาดภาพการ์ตูนเพียงภาพเดียว แต่ทำเงินได้มากมายก็มี เพราะมีคนซื้อ มีคนเห็นคุณค่าในภาพการ์ตูนนั้น เส้นทางนี้แม้อาจจะไม่รวย แต่ถ้าคุณมีความฝัน ทำเถอะครับ ทำความฝันให้เป็นจริง

ส่วนทางรวยในการเขียนการ์ตูนก็มีอยู่ คือ การพัฒนาความสามารถของเราให้มีชื่อในวงการ เราจะได้รายได้ที่สูงขึ้น มีงานที่มากขึ้น งานนี้จะว่ารวยง่ายก็ว่าง่าย จะว่าจะไม่รวยเลยก็เป็นไปได้ อยู่ที่ขอบเขตชีวิตของเราครับว่า ว่าจะเอาระดับไหน ถ้าขยัน มุ่งมั่น ตั้งใจ แล้วทำได้หมดว่าจะเอาระดับไหน ขอให้มุ่งมั่นจนประสบความสำเร็จในอาชีพนักเขียนการ์ตูนนะครับ