วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการเปิดธุรกิจร้านซักอบรีดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

 

การเปิดร้านซักอบรีด หรือเครื่องซักผ้าหยดเหรียญ กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ หากคุณตกงานแต่มีงบประมาณ หรือเงินทุนในสองลักษณะคือ ไม่เกิน 100,000 หรือไม่เกิน 200,000 บาท ลองพิจารณาธุรกิจนี้ดูครับ ทั้งนี้รายรับที่จะได้ จะมาจากจำนวนผู้มาซัก ซึ่งจากการสังเกตพบว่าส่วนใหญ่จะซักผ้าตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไปต่อเดือน

สมมติว่า

สถานที่แห่งหนึ่งมี 200 ห้อง เหมาว่ามีห้องพักละ 1 คน คิดประมาณการอย่างตํ่าเอาว่าคน 200 คน จะมีผู้มาซักเพียง 75% ก็จะมีคนมาซักเดือนละ 150 คน X 4 ครั้ง ค่าซักครั้งละ 30 บาท

ได้เงินรายรับเดือนละ 150 X 4 X 30 บาท = 18,000 บาท

หากคิดเปิน 1 ปี ก็จะได้เงินรายรับปีละ 12 X 18,000 = 216,000บาท

แนวทางในการทำธุรกิจร้านซักอบรีดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

1. “งานซัก” ไม่เหมือน “งานขาย” งานขายนั้น เมื่อคนซื้อไปแล้ว อีกนานจึงจะขายได้อีก แต่งานซักต้องซักทุกสัปดาห์ เพื่อจะได้นำมาใส่ใหม่ และคนจะซักผ้ากันมากวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุด (วันหยุดนักขัตฤกษ์) วันธรรมดาคนจะซักไม่ค่อยมาก ที่สำคัญธุรกิจนี้เขาไม่ได้จดทะเบียนห้างร้าน เพราะไม่ต้องเขียนใบเสร็จให้ใคร
2. หากเป็นบ้านตัวเองให้เปิดบริการหน้าบ้านเป็นที่ให้บริการ แต่ต้องอยู่ในย่านชุมชน วิธีนี้จะประหยัดค่าเช่าสถานที่ได้มาก และหากจำเป็นต้องเช่าสถานที่ให้บริการ ควรหาทำเลที่ตั้งที่อยู่ในย่านชุมชน เข่น อพาร์ตเม้นต์ คอนโด หอพักนักเริยนนักศึกษา พนักงาน โรงงาน สำนักงาน กรมกองทหาร ซึ่งทำเลควรจะเป็นสถานที่ ที่มีคนจำนวนมากพอ เช่น หลัก 200 คนขึ้นไป จะเป็นคนโสด หรือจะเป็นคนมืครอบครัวก็ได้ เพราะคนส่วนใหญ่จะขี้เกียจซักผ้าด้วยมือ
3. ถ้าเราต้องการต่อยอดธุรกิจ เราอาจจะต้องจ้างลูกจ้างสักคนไว้ด้วย เพี่อไว้ขายกาแฟ ขายอาหารว่างตอนเช้า เพื่อลูกค้าที่นำผ้ามาซักแล้ว จะได้ซื้อกับข้าวขึ้นไปกินที่โต๊ะที่สำนักงานตนเอง ส่วนกลางวันอาจขายผลไม้หั่นใส่ถุงแช่เย็น หรืออาจขายหนังสือพิมพ์ หรีอขายนิตยสารต่างๆ
4. ในตอนเย็นอาจขายอาหารถุง เพื่อให้ลูกค้าซื้อกลับบ้าน ตอนมารับผ้าตอนเย็น เพื่อจะได้ไห้ลูกจ้างที่เราจ้างไว้ ช่วยนำผ้าที่ซักในเครื่อง ที่ซักเสร็จแล้ว นำออกมาใส่ถุงพลาสติก หรือใส่ตะกร้าผ้าฃองลูกค้า แล้วมอบคืนให้ลูกค้าเมื่อเขามารับผ้าตอนเย็น แต่ทั้งนื้ควรหาลูกจ้างที่ไว้ใจได้ มีความรับผิดขอบ เพราะเสื้อผ้านั้น คือ ทรัพย์สินของบุคคลอื่น ถ้าขาด หรือชำรุด ทางเราก็ต้องรับผิดชอบเสื้อผ้านั้นๆ
5. คิดค้นโปรโมขั่นของร้านซักอบรีด เพื่อให้ลูกค้าเห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างเต้มเม็ดเต็มหน่วย หากมาซักผ้ากับร้านเราเป็นประจำ ซึ่งเราจะได้ลูกค้าประจำไปนานๆ ซึ่งคู่แข่งจะได้ไม่สามารถมาแย่งลูกค้าไปได้ ยกตัวอย่างโปรโมชั่น เช่น เมื่อซักที่ร้านครบ 10 ครั้ง จะให้ซักฟรี 1 ครั้ง หรือเมื่อซักที่ร้านครบ 5 ครั้ง จะแถมผงซักฟอก หรือแถมนํ้ายาปรับผ้านุ่มให้ซักฟรี รวมทั้งอาจจะให้บริการไปรับมาซักให้ และไปส่งให้ถึงที่พักพักฟรีก็ได้
6. ในอนาคต หากเราต้องการขยายกิจการร้านซักอบรีด เราอาจจะขยายกิจการประเภทรับซัก และรีดเป็นรายชิ้น หรือรายเดึอน และรับซ่อมแซมเสื้อผ้าให้ด้วย เช่น รับปะ รับเปลี่ยนยางเสื้อผ้า หรีออย่างน้อยอาจจะซื้อเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่เพิ่มจำนวนก็ได้ เป็นเครื่องขนาด 10.5 กิโล ถ้าหยอดเหรียญเพี่อซักผ้ากับเครื่องรุ่นนี้ ก็จะต้องหยอด เหรียญครั้งละ 50 บาท โดยอาจจะเสนอให้บริการซักผ้าม่านแก่บ้านเรือน แก่ รีสอร์ต หรีอสำนักงาน แทนการให้บริการซักผ้านวมอย่างที่ร้านซักรีดร้านอื่นเขาทำกันก็เป็นได้

ตัวอย่างการลงทุน

1. การลงทุนเปิดร้านชักอบรีดด้วยตนเอง

เงินลงทุนครั้งแรกประมาณ 20,000 บาท (ไม่รวมค่าเช่าร้าน)

ทั้งนี้เครื่องซักผ้าแบบถังเดี่ยว ราคาประมาณ 15,000 บาท เตารีดประมาณ 1,000 บาท โต๊ะรีดผ้าประมาณ 700 บาท ส่วนรายได้ประมาณ 10,000 บาท ต่อเดือนขึ้นไป

อุปฺกฺรณ์

เครื่องซักผ้าแบบถังเดี่ยว เตารีด โต๊ะรีดผ้า กะละมังซักผ้า ผงซักฟอก นํ้ายาปรับผ้านุ่ม นํ้ายาขจัดคราบไคล นํ้ายารีดผ้าเรียบ ไม้แขวนเสื้อ ราว แขวนเสื้อ

ขั้นตอนการซักอบรีด

1. แยกผ้าขาว-ผ้าสี ออกจากถัน เพื่อนำผ้าขาวบาซักก่อน แล้วจึงซักผ้าสิทืหลัง และแยกผ้าที่มิเนื้อผ้าประเภทเดืยวถันซักพร้อมถัน ผ้าเนื้อหนามากๆ เช่น ผ้ายีนส์ ควรแยกซักต่างหาก ถ้ามีรอยเปื้อนให้ใข้นํ้ายาขจัดคราบไคล ป้ายส่วนที่เปื้อนก่อน

2. เปิดนํ้าใส่เครื่องซักผ้า ใส่ผงซักฟอกลงในเครื่อง เอาผ้าขาวใส่ลงไป ตามความจุของเครื่อง แล้วกดปุ่มการทำงานตามระบบของเครื่องนั้นๆ และ ทำจนครบทุกขั้นตอน

3. เมื่อเครื่องเสร็จการทำงาน นำผ้าที่ปันจนแห้งมารีดให้เรียบ ซึ่งต้องรู้ว่าผ้าขนิดไหนควรใช้ระดับความร้อนเท่าไร โดยดูจากวิธีการใช้เตารีด แต่ถ้าเป็นผ้าเนื้อบางๆ ควรใช้ผ้าขาวบางชุบนํ้าหมาดๆ วางทับแล้วจึงรีด จะช่วยให้เนื้อผ้าไม่เสียและรีดเรียบง่ายขึ้น เมื่อรีดเสร็จนำไปใส่ไม้แขวนเสื้อแขวนไว้ที่ราว รอลูกค้ามารับ

อัตราค่าบริการตามมาตรฐานทั่วไป

– เสื้อผ้าทั่วไป ขึ้นละ 10-15 บาท
– ชุดสูทของบุรุษ ชุดเครื่องแบบข้าราฃการ 80 บาท/ชุด
– ผ้านวม 50 บาท/ผืน
– ราคาเหมา 600-900 บาท/60 ชิ้น/เดือน

ข้อควรพิจารณา

หากมืเงินทุนน้อย สามารถเปลี่ยนเป็นเครื่องซักผ้า แบบ 2 ถัง ราคา ประมาณเครื่องละ 5,000 – 7,000 บาท เพื่อลดเงินลงทุนลง แต่ทั้งนี้ คุณภาพงานต้องดีทั้งฝีมือและการบริการ ตรงเวลาตามกำหนด

2. การลงทุนเครื่องชักผ้าหยอดเหรียญในแบบประหยัด

เงินลงทุนครั้งแรกประมาณ 56,000 บาท

(ไม่รวมค่าสถานที่และเงินทุนใช้จ่ายประจำวัน ซึ่งได้แก่ ค่านํ้า ค่า ไฟประมาณ 6 บาท/ครั้ง)

อุปกรณ์

– เครื่องซักผ้าขนาด 6.5 กิโลกรัม ราคาไม่เกิน 2,000 บาท/ 2 เครื่อง หรือเครื่องซักผ้าขนาด 10.5 กิโลกรับ ราคาไม่เกิน 20,000 บาท/เครื่อง 1 เครื่อง
– กล่องหยอดเหรียญพร้อมค่าติดตั้ง 4,000 บาท / 1 ชุด จำนวน 3 ชุด

1. ซื้อมาประกอบเองโดยซื้อเครื่องซักผ้าได้ตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั่วไปหรือตามห้างสรรพสินค้า ส่วนกล่องหยอดเหรียญลามารถซื้อได้จากย่านบ้านหม้อ กรุงเทพฯ แล้วนำมาติดตั้งเอง แต่ต้องมีความรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์
2. ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทางบริษัทอาจจำหน่ายเครื่องซักผ้าพร้อมติดกล่องหยอดเหรียญมาให้หรืออาจนำเครื่องซักผ้ามาติดตั้งกล่องหยอดเหรืยญที่บริษัทก็ได้

ขั้นตอนการทำงาน

1. นำเครื่องซักผ้าติดตั้งกับก๊อกนํ้าและต่อท่อนํ้าทิ้งให้เรียบร้อย ตั้ง เครื่องบนพื้นที่เรียบเสมอ บางครั้งอาจต้องวัดระดับนํ้าเพื่อป้องกันเครื่องซักผ้าไม่หมุน
2. ติดตั้งสายดินเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วหรือลัดวงจร
3. วิธีการซักให้ลูกค้านำผ้าใส่เครื่อง ใส่ผงซักฟอก นํ้ายาปรับผ้านุ่ม ซึ่งลูกค้านำมาเองแล้วหยอดเหรียญลงในช่องหยอดเหรียญ (ใช้เหรียญ 10 บาท หรือเหรียญ 5 บาทแล้วแต่จะตั้ง) หลังหยอดเหรียญตามจำนวนแล้ว เครื่องจะทำงานเองโดยอัตโนมัติทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาในการซักประมาณ 50 นาที
4. อัตราค่าซักผ้า เครื่องขนาด 6.5 กิโลกรัม ราคาซักประมาณ 20 บาท/ครั้ง (เสื้อผ้าทั่วไป) และเครื่องขนาด 10.5 กิโลกรัม ราคาซักประมาณ 30 บาท/ครั้ง (ซักผ้าห่ม ผ้านวมได้)

ข้อแนะนำ

1. การเปิดบริการครั้งแรกควรติดตั้งชักผ้าเพียง 3 เครื่องก่อน (เพื่อดูปริมาณของผู้ใข้บริการ) โดยติดตั้งเครื่องเล็ก 2 เครื่อง เครื่องใหญ่ 1 เครื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ใชับริการได้ซักทั้งเสื้อผ้าและผ้าห่ม
2. ควรเป็นเครื่องชนิดฝาบน เนื่องจากราคาถูกและสะดวกใข้กว่าฝาหน้ามาก
3. ครั้งแรกของการเปิดให้บริการควรบีส่วนลดหรือของแถม เช่น นํ้ายาปรับผ้านุ่ม เพื่อเป็นการดึงลูกค้าอึกทางหนึ่ง ส่วนผงซักฟอกลูกค้านำมาเอง
4. กล่องหยอดเหรียญ ควรล็อกกุญแจให้แน่นหนาเพื่อป้องกันการโจรกรรม
5. ติดป้ายเชิญชวน พร้อมบอกอัตราค่าบริการให้ชัดเจน
6. หมั่นดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการตลอดเวลา

แนวทางของการมองการณ์ไกล

ทั้งนี้ตู้กดน้ำก็เป็นอึกหนึ่งทางเลือก ในแนวโน้มที่ธุรกิจแบบหยอดเหรียญกำลังมาแรง ที่สำคัญเราไม่ต้องจ้างคนเฝ้า สามารถทำกำไรได้ดี ไม่ต้องกลัวขโมย เพราะไม่มีใครมาสนใจปล้นน้ำอึกต่างงหาก

ดังนั้นหากคุณสามารถขยายกิจการได้ จนมีเครื่องซักผ้า 10 เครื่อง และคุณเป็นคนนั่งเฝ้าเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเอง ก็ควรที่จะเพิ่มตู้กดนํ้าเข้าไปอึก 1 ตู้ และเพิ่มเครื่องเติมเงินมือถือหยอดเหรียญไปอึกหนึ่งเครื่อง โดยคำนึงว่าในหนึ่งอาพาร์ตเม้นต์ มักจะมืคนอยู่ห้องละ 2 คน ซึ่งอาจจะสามารถคืนทุนได้ในปีแรกๆ และทำกำไรได้เดือนละประมาณเกือบ 2 หมื่นบาท

ซึ่งผมก็จบบทความรวยด้วยการเปิดธุรกิจร้านซักอบรีดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ ขอให้ทุกท่านร่ำรวยจากธุรกิจนี้กันทุกท่านนะครับ