บทความเพื่อความร่ำรวย

รวยด้วยการทำธุรกิจขายสินค้า 20 บาท

 

เคยมั้ยครับเวลาไปเดินตามตลาดต่างๆ จะเห็นร้านขายของ 20 บาทกันพรึ่บ ยิ่งตอนนี้มีเยอะแยะมากมาย ด้วยความที่ซื้ออะไรก็ขายแค่ 20 บาท สิ่งนี้เองที่ดึงดูดคนที่มาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดได้เข้าไปดูไปซื้อสินค้า ซึ่งสินค้าที่ขายก็มีแบบจิปาถะมาก ของใช้ในบ้านกระจุกกระจิกมีเกือบทุกอย่าง ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ดี สามารถทำเงินได้เรื่อยๆ ถ้าท่านกำลังหาลู่ทางทำธุรกิจขายสินค้า 20 บาทอยู่แล้วล่ะครับ ผมก็จะขอแนะนำเทคนิควิธีการต่างๆ ไว้ในบทความนี้ครับ

ความรู้ในการทำธุรกิจ

การทำธุรกิจต้องมีความรู้ในการทำธุรกิจ อย่างน้อย ต้องรู้เรื่องการทำธุรกิจเบื้องต้น ถึงแม้ว่าเราไม่ได้เรียนทางด้านบริหารธุรกิจมา แต่เดี๋ยวนี้ตามร้านหนังสือก็มีหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เยอะแยะมากมายให้อ่าน รวมทั้งใน internet ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการการทำธุรกิจให้ได้อ่านเช่นกัน การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้ง่ายกว่าในสมัยก่อน เพราะสื่อที่ให้ความรู้เยอะ มีหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก็หลายเล่ม รวมไปถึงคนที่ออกมาเขียนว่าทำไมถึงทำธุรกิจเจ๊งก็หลายเล่ม เราต้องศึกษาไว้หลายๆ ด้าน หลายๆ มุม ศึกษาให้รู้เรื่องธุรกิจอย่างทะลุปุโปร่งยิ่งดี

เงินลงทุน

แน่นอนว่าจะเปิดร้านทำธุรกิจ ต้องมีเงินลงทุน เงินลงทุนแรกเริ่มตีไว้เลย 2 แสนบาทถ้วน สำหรับร้านขนาดเล็ก 1 ร้าน เงินจำนวนนี้เป็นทั้งเงินลงทุน และเงินทุนสำรองไว้ในก้อนเดียวกัน แบ่งสรรปันส่วนให้เรียบร้อย อาจจะเป็นเงินลงทุน 1 แสน เงินทุนหมุนเวียน 5 หมื่น เอาไว้ซื้อสินค้าหมุนเวียนไว้ในสต็อค และเงินทุนสำรอง 5 หมื่น เอาไว้เวลาหมุนไม่ทัน เงินทุนสำรองจะไม่ใช้เด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาที่เงินหมุนไม่ทันจริงๆ ถึงจะเอาเงินก้อนนี้มาใช้ เรื่องเงินสำคัญมากในธุรกิจ เจ้าของร้านต้องมีวินัยทางการเงินด้วยนะครับ แต่ถ้าเป็นร้านขนาดกลาง หรือร้านขนาดใหญ่ เงินลงทุนก็จะมากขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับงบประมาณของเจ้าของร้านด้วยครับ

ทำเล

ทำเลจะต้องอยู่ในสถานที่มีคนเดินไปเดินมาพลุกพล่าน เช่น ตลาด หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย หน้าโรงงานอุตสาหกรรม หรือในห้างสรรพสินค้า แต่ถ้าเป็นในห้างสรระสินค้าค่าเช่าจะค่อนข้างแพง อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ร้านที่อยู่ในห้างผมก็ขอยกตัวอย่าง ร้าน Bear Store ร้านนี้ขายทุกอย่าง 20 บาท ก็ลองศึกษาสเกลธุรกิจของเค้าดูว่าทำอย่างไรถึงเปิดบนห้าง ทั้งๆ ที่ค่าเชาแพง แต่ผมดูแล้วเค้าเน้นขายให้ได้มากๆ ครับ เน้นปริมาณเยอะๆ เข้าไว้ เรื่องทำเลถ้าเป็นที่ตลาด หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย หน้าโรงงานอุตสาหกรรม ค่าเช่าอาจจะถูกกว่าในห้าง แต่ยอดขายจะใกล้หรือไม่ใกล้ในห้าง ก็ขึ้นอยู่กับการตลาดแล้วหล่ะครับ

ขายแค่ 20 บาทจะได้กำไรหรือ

ก็ต้องขอตอบว่า ได้กำไรครับ แต่ได้น้อยครับ เฉลี่ยทุนจะอยู่ที่ 10 กว่าบาท กว่าเท่าไหร่ แล้วแต่ประเภทของสินค้า การขายสินค้าราคาแบบนี้ ต้องเน้นปริมาณครับ สมมติว่าขายได้กำไรชิ้นละ 5 บาท เราจะต้องขาย 100 ชิ้น ถึงจะได้กำไรวันละ 500 บาท ถ้า 200 ชิ้นก็ได้กำไร 1000 บาท สเกลธุรกิจจะเป็นประมาณนี้

ซื้อสินค้าจากที่ไหนกัน

ถ้าในกรุงเทพ ก็ต้องเป็นตลาดสำเพ็งหล่ะครับ แหล่งค้าส่งขนาดใหญ่ ไปเลือกดูสินค้าได้เลยครับ ถ้าจะให้ดี สินค้าที่เหมาะสมจะนำมาขายราคาทุนต้องไม่เกิน 15 บาทนะครับ เกินกว่านี้เดี๋ยวกำไรจะน้อยครับ ถ้าจะถามว่าสินค้าในสำเพ็งส่วนใหญ่นำมาจากไหน ส่วนใหญ่นั้นนำเข้ามาจากจีนครับ ต้นทุนจะอยู่ที่ชิ้นละ 10 บาท เห็นอย่างนี้แล้ว เราก็คงอยากนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายแล้วใช่มั้ยครับ เพราะราคาถูกกว่ากันเห็นๆ แต่การนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายมีรายละเอียดปลีกย่อยมาก บางทีต้องไปเข้าคอร์สศึกษาวิธีนำเข้าสินค้าจากจีนกันเลยหล่ะครับ แต่ถ้าทำได้ เราก็จะได้ของที่ถูกกว่าสำเพ็งครับ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีร้านค้าออนไลน์หลายร้านที่ขายส่งสินค้าราคาถูกให้ถึงบ้านโดยที่ไม่ต้องเป็นแฟรนไชส์ เช่น นพรัตน์ 20, Big B Wholesale, Sampeng Express, Dealtique, Happyshop20, 888-shopping

แฟรนไชส์ 20 บาท ดีมั้ย

แฟรนไชส์ 20 บาทก็ดีครับ เค้ามีทุกอย่างให้เราพร้อม ไม่ต้องไปขนของจากแหล่งค้าส่งมา เค้ามีสินค้ามาส่งถึงร้านเราเลย ข้อดีของการซื้อแฟรนไชส์คือ เค้าทำระบบต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทำให้การทำธุรกิจมีความติดขัดน้อย จะยากก็ตอนเริ่มทำใหม่ๆ อาจจะมีติดขัดบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าอยู่ตัวแล้วก็กินยาวครับธุรกิจนี้ ตัวอย่างแฟรนไชส์ 20 บาท ในปัจจุบันนี้ก็คือ OK 20, เอ-โกะ, D จัง ทุกอย่าง 20 บาท, Bear Store

บันทึกรายรับจ่าย

ในการทำธุรกิจ การบันทึกรายรับจ่ายเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การทำธุรกิจหน้าร้าน เพราะเราจะได้รู้ถึงยอดขายในแต่ละวัน หักลบกับต้นทุนแล้วได้กำไรมั้ย รวมทั้งการทำสถิติสินค้าเอาไว้ ว่าสินค้าใดขายดี เอามาไม่เท่าไหร่เดี๋ยวก็หมด หรือสินค้าใดขายไม่ดี เพื่อเป็นแนวทางในการทำธุรกิจให้ได้ผลกำไรเพิ่มขึ้นต่อไป

สินค้าอะไรขายดี

กลุ่มสินค้าที่ขายได้ขายดีตลอดทุกเทศกาล คือ ปากกา ดินสอ สมุดเขียนหนังสือ แม๊ก กระจกแบบพกพา ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน กล่องใส่กระดาษทิชชู่ ไฟแช็ค แก้วน้ำพลาสติก ไม้ปัดขนไก่ พรมเช็ดเท้า ถุงขยะ ถังกะละมังต่างๆ ของพวกนี้ต้องมีสำรองมาเติมไว้อย่าให้หมด เพราะขายได้เรื่อยๆ

การตลาดสำคัญมั้ย

ถ้าร้านของเราอยู่ในทำเลที่ดี มีคนเดินไปเดินพลุกพล่าน เช่น ในตลาด นั่นถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะไม่นานร้านของเราก็จะเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ จากลูกค้าขาประจำที่มาซื้อของที่ตลาด และแวะมาซื้อร้านเรา สำหรับธุรกิจประเภทนี้ ถ้าทำเลดี การตลาดแทบไม่ต้องเลย ของดีอยู่ที่ไหนก็ดี แต่ถ้าเราขายแล้ว ยอดขายของร้านเราตกไปจากเดือนก่อนๆ ก็จำเป็นต้องงัดกลยุทธ์การตลาดมาใช้ อาจจะจ้าง พริตตี้ หรือ MC มาโฆษณาร้านเราให้กับผู้คนที่เดินสัญจรไปมา หรือในร้านอาจจะมีแถมสินค้า 1 ชิ้นทุกวัน สำหรับท่านที่ซื้อสินค้าครบ 500 บาท อย่างนี้เป็นต้น

สรุป

การทำธุรกิจขายสินค้า 20 บาท ก็ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะราคาจำกัดอยู่แค่ 20 บาท ทำให้ลูกค้าไม่ลังเลรีรอที่จะซื้อ และจากความหลากหลายของสินค้า แน่นอนว่าส่วนใหญ่ไม่ซื้อชิ้นเดียว จะซื้อหลายชิ้น ติดไม้ติดมือกลับบ้าน เรียกว่าถ้าเปิดร้านในทำเลที่ดี ก็ขายได้เรื่อยๆ กินยาวๆ จนกว่าจะมีคู่แข่งขายสินค้า 20 บาทมาเปิดใกล้ๆ กัน เพราะเห็นว่าขายดี เพื่อขอแย่งชิ้นเค้กทางการตลาด อันนี้ก็ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ทางแก้คือต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเข้าช่วย ให้เอาชนะร้านที่มาเปิดใหม่ให้ได้

ธุรกิจนี้น่าสนใจ ทำเงินได้ระยะยาว ผมก็ขออวยพรให้ท่านที่ทำธุรกิจขายสินค้า 20 บาท ประสบความสำเร็จ และร่ำรวยกันทุกท่านนะครับ