AEC

ธงชาติประเทศเวียดนาม

 

ความเป็นมาของธงชาติ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)

สำหรับธงชาติประเทศเวียดนามนั้น ได้มีปรากฏหลักฐานครั้งในประวัติศาสตร์โบราณ ในช่วง พ.ศ .2593 วีรสตรีตระกูลจึงสองพี่น้องได้มีการใช้ธงสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านในการปกครองของจักรวรรดิ์ประเทศจีนในราชวงศ์ฮั่น และในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 จักรพรรดิยาลองได้ทรงสถาปนาราชวงศ์เหวียน และได้ทรงเลือกใช้ธงพื้นสีเหลืองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดิเวียดนามในปีพ.ศ. 2345 – 2363 ต่อมาในช่วงพ.ศ. 2433 จักรพรรดิ Thanh Thai ได้มีพระราชโอการให้เปลี่ยนธงในรูปแบบเดิมที่มีอักษณจีนประกอบในธงให้เป็นธงในรูปแบบใหม่ ซึ่งตรงกลางธงจะมีแถบริ้วสีแดงสามริ้ว ธงนี้ใช้ในฐานะเป็นธงชาติของประเทศเวียดนามแบบแรกสุดอย่างเป็นทางการในช่วงพ.ศ. 2433 – 2463

และในช่วงเวลาต่อมาจนถึงปีพ.ศ. 2459 – 2468 ซึ่งประเทศฝรั่งเศสได้มีการเนรเทศจักรพรรดิ Thanh Thai และจักรพรรดิ Duy Tan ไปยังทวีปแอฟริกา จักรพรรดิ Khai Dinh จึงได้มีพระบรมราชโองการให้เปลี่ยนธงชาติใหม่ขึ้น แต่ธงชาติจะยงคงเป็นพื้นสีเหลืองเช่นเดิม แต่แถบริ้วสีแดงทั้ง 3 แถบนั้นได้มีการเปลี่ยนเป็นแถบสีแดงเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งมีขนาดกว้างเท่ากับแถบสีแดงทั้งสามแถบรวมกัน การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นเพื่อสื่อความหมายถึงความเป็นเอกภาพของประเทศเวียดนามทั้งสามส่วน คือ ประเทศเวียดนามเหนือ ประเทศเวียดนามกลาง และประเทศเวียดนามใต้ ทำให้ธงชาติในรูปแบบใหม่มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ธงลองตินห์ (Long Tinh)

ธงชาติในสมัยเวียดนามเหนือ – เวียดนามใต้

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านพ้นไป ขบวนการกู้ชาติเวียดมินห์ ภายใต้การนำของโอจิมินห์ ได้มีการรวบรวมเอาดินแดนประเทศเวียดนามตอนเหนือและพื้นที่ในตอนกลางบางส่วน ทำการประกาศเอกราชจากประเทศฝรั่งเศส และทำการก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม หรือ ประเทศเวียดนามเหนือในช่วงปี พ.ศ. 2488 แต่ดินแดนประเทศเวียดนามตอนกลางในส่วนที่เหลือรวมทั้งเวียดนามตอนใต้ ก็ยังคงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของประเทศฝรั่งเศส โดยใช้ชื่อประเทศ รัฐเวียดนาม หลังจากนั้นประเทศเวียดนามทั้งสองประเทศ ต่างก็มีธงชาติเป็นของตนเองตลอดจนสิ้นสุดสงครามเวียดนาม โดยที่ประเทศเวียดนามตอนเหนือ จะใช้ธงชาติแดงดาวทอง ส่วนประเทศเวียดนามตอนใต้ จะใช้ธงชาติเหลืองสามริ้วแดง

ธงชาติในสมัยการรวมชาติของประเทศเวียดนาม

ช่วงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 รัฐบาลชั่วคราของประเทศเวียดนามใต้ ได้ทำการยกเลิกธงชาติแบบเดิม และได้มีการใช้ธงของขบวนการเวียดกงเป็นธงชาติแทน ซึ่งธงชาติเวียดกงจะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน พื้นธงแบ่งครึ่งเป็นส่องส่วนตามแนวนอน ส่วนบนจะเป็นสีแดง ส่วนล่างจะเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน ตรงกลางธงจะเป็นรูปดาวทอง 5 แฉกด้วยกัน ธงนี้ถูกใช้มาจนถึงในช่วงที่ประเทศเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ได้ทำการรวมชาติกันอย่างสมบูรณ์ และในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 รัฐบาลเวียดนามจึงได้ประกาศให้มีการใช้ธงชาติของประเทศเวียดนามเหนือเป็นธงชาติประเทศเวียดนามจนกระทั่งมาจนถึงในปัจจุบันนี้

ลักษณะและความหมายของธงชาติประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)

ธงชาติของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ ธงแดงดาวเหลือง มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งมีขนาดกว้าง 2 ส่วน และยาว 3 ส่วนด้วยกัน โดยที่พื้นธงจะเป็นพื้นสีแดง และตรงกลางของธงจะมีรูปดาวห้าแฉกสีเหลืองทอง ส่วนในเรื่องความหมายของสัญลักษณ์และสีต่าง ๆ บนตัวธงจะมีดังต่อไปนี้คะ

สีเหลืองทอง สื่อและให้ความหมายถึง สีประจำชาติของชาวเวียดนาม
สัญลักษณ์ดาวห้าแฉก สื่อและให้ความหมายถึง ชนชั้นต่าง ๆ ในประเทศเวียดนาม ซึ่งได้แก่ นักปราชญ์ ชาวนา ช่างฝีมือ ทหาร และพ่อค้า
ส่วนพื้นธงที่มีสีแดง หมายถึง การต่อสู้เพื่อกูเอกราชของชาวเวียดนาม

และในช่วงปี พ.ศ. 2519 ความหมายของธงชาติก็ได้มีการอธิบายขึ้นใหม่ในทางการเมืองของประเทศเวียดนาม หลังจากที่ประเทศเวียดนามได้มีการรวมตัวกันทั้งตอนเหนือและใต้ เพื่อเป็นหนึ่งเดียว ความหมายของสัญลักษณ์และสีบนธงชาติ จึงมีความหมายดังต่อไปนี้

สัญลักษณ์ดาวห้าแฉกสีทอง สื่อและหมายถึง การชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศเวียดนาม
พื้นสีแดงบนธงชาติ สื่อและหมายถึง การปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพในประเทศเวียดนาม

เกร็ดความรู้

การท่องเที่ยวในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ เข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศของตนได้อย่างมากมาย เพราะสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามยังคงมีความสวยงามทางธรรมชาติอยู่อีกมาก แถมยังเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่น่าสนใจต่าง ๆ อยู่อีกมากมาย และนอกจากขนบธรรมเนียมประเพณีและความเชื่อต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวควรที่จะใส่ใจและให้ความสนใจแล้ว  เกร็ดความรู้หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นประโยชน์อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้อย่างสุขกายสบายใจอย่างแท้จริง เกร็ดความรู้ต่างๆ ที่ว่านี้จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยคะ

ข้อควรระวังสำหรับการขึ้นรถแท็กซี่

การเดินทางในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หากนักท่องเที่ยวจะเดินทางด้วยรถแท็กซี่  ก็คงต้องยอมทำใจกับระบบและระเบียบของคนขับรถ ที่อาจจะมีลูกเล่นต่าง ๆ นานา เพื่อให้ได้เงินจากลูกค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ๆ ก็ย่อมที่จะมีปัญหาเรื่องของการให้บริการของรถแท็กซี่กันทั้งนั้น และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามก็มีปัญหานี้เช่นเดียวกัน  ไม่ว่าจะเป็นพาขับรถวนไปวนมา ทั้ง ๆ ที่ซอยข้างหน้าไม่กี่ซอยก็ถึงจุดหมายปลายทาง หรืออาจจะเป็นในเรื่องของเงินทอน  ที่คนขับรถมักจะบอกว่าไม่มีเศษทอน  ลูกค้าเลยต้องให้เงินเกินไปโดยปริยาย เพราะไม่สามารถเรียกเงินทอนคืนกลับมาได้  หรือไม่ที่หนักสุด ก็โกงค่าโดยสารกันเสียดื้อ ๆ โดยที่เราเองก็ไม่ทันได้ตั้งแต่หรือระวังตัวกันเสียเท่าไหร่นัก  และมักจะโดนประจำเสียด้วยซ้ำไป

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะรถแท็กซี่ที่สามารถเชื่อถือได้และให้บริการอย่างซื่อตรงก็คงมีอยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นแน่  โดยเฉพาะรถแท็กซี่ของบริษัทม่ายหลิง (Mailinh)  ถือได้ว่าเป็นรถแท็กซี่ที่บริการได้อย่างมาตรฐานที่สุดแล้ว หากนักท่องเที่ยวต้องการที่จะใช้บริการรถแท็กซี่ภายในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ก็ลองเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ม่ายหลิง (Mailinh) เป็นทางเลือกแรกดูก่อน ว่าเขาจะให้บริการดีและมีมาตรฐานอย่างข้อมูลนี้หรือไม่

ควรพึงระวังในเรื่องของการแลกเงินกับร้านขายเพชร ทอง เพราะผิดกฏหมาย!

นักท่องเที่ยวหลากหลายคนย่อมรู้และเข้าใจดีว่า  การแลกเงินตาประเทศนั้น ๆกับธนาคาร  มักจะได้ราคาเงินตราตามความเป็นจริงของเศรษฐกิจ  สำหรับการเดินทางไปสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  นักท่องเที่ยวควรที่จะพึงระวังการแลกเงินตราในสถานที่ที่ผิดกฎหมายจะดีเสียกว่า  ที่จะหวังได้เงินตรามากขึ้นกว่าเดิม  แต่นั่นคือสิ่งที่ไม่คุ้มเอาเสียเลย  เพราะในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนั้น  การแลกเงินกับร้านเพชร ร้านทอง ย่อมเป็นการแลกเงินเถื่อนหรือผิดกฎหมายอย่างแท้จริง  แถมนักท่องเที่ยวยังมีสิทธิ์ได้แบงค์ปลอมกลับมาใช้โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย  ถึงแม้ว่าแลกกับธนาคารจะได้เงินตราที่ถูก  แต่ความปลอดภัยในการใช้จ่ายก็มีเต็มร้อยเสมอ

มอเตอร์ไซค์ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

การเดินทางท่องเที่ยวในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  นักท่องเที่ยวอาจจะพบเจอและเกิดอาการตกใจ  เพราะที่เมืองในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามมีแต่รถมอเตอร์ไซค์เต็มท้องถนนไปเสียหมด แทบจะแน่นเมืองเลยก็ว่าได้  ที่สำคัญที่นี่เกือบจะทุกเส้นทางมีไว้ให้คนหลบมอเตอร์ไซค์ และมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ได้หลบคนอย่างแน่นอน