การเงิน

การออมเงินอย่างฉลาด ใช้เงินอย่างรู้คุณค่า

การออมเงินอย่างฉลาดเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรามีทรัพย์สินมาก และเพิ่มทวีมากยิ่งขึ้น เพราะหากว่าเราสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่าคนที่รู้จักใช้ รู้จักออมเงินนั้น จะเป็นคนที่รารวย แม้อาจจะไม่ได้มีเป็นร้อยล้านพันล้าน แต่เขาก็ไม่เคยจะต้องมากลุ้มอกกลุ้มใจในเรื่องเงินๆ ทองๆ เลยแม้แต่น้อย และหากว่ามีเรื่องเงินให้ต้องเดือดเนี้อร้อนใจ ก็จะมีเพราะจากคนอื่น น้อยนักที่จะมาจากตัวเอง ตังนั้นก้าวแรกสู่ความรํ่ารวยที่เราจะต้องจดจำเอาไว้ก็คือ เราจะต้องออมเงินให้ไต้มาก และรู้จักการใช้เงินนั่นเอง

กฎเหล็กของการออมเงิน

การออมเงินนั้นมีกฎเหล็กอยู่ไม่กี่ประการที่เราจะต้องจำเอาไวให้ดี เพราะหากว่าเราประมาท หรือว่าละเมิดกฎเหล็กไปเมื่อไร เงินทองที่เราเก็บสะสมอยู่ก็จะจางหายไปอย่างที่เราไม่คาดคิดเลยทีเดียว

ทางที่เราจะสามารถที่จะออมเงินได้ดีนั้น เราจึงต้องมีกฎเหล็กเอาไว้ในใจ เพื่อที่จะทำให้การออมเงินของเรานั้น ไต้ผลดีมากยิ่งขี้น ซึ่งการออมเงินนั้นก็มีกฎเหล็กที่เราพึงยึดถือปฏิบัติเอาไว้ดังต่อไปนี้

1. ไม่ใช้จ่ายเกินตัว

ส่วนใหญ่แล้วคนที่ยากจน หรีอว่าไม่มีเงินเก็บนั้น เป็นพวกหน้าใหญ่ใจโต ใช้เงินเกินพอดี หรือเกินกว่ารายรับของตัวเอง ทำให้ต้องไปหยิบยืมกู้หนี้ยืมสินเขา หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าหมุนเงินนั่นเอง ซึ่งแน่นอนล่ะว่าหากว่าเป็นเช่นนั้น เราจะต้องปวดหัวอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเราจะไม่มีเงินเก็บ จะต้องใช้เงินเดือนชนเดือนแล้ว เงินที่ไต้มาก็ต้องเอาไปใช้หนี้จนหมด ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คีอ อาจจะมีดอกเบี้ยทบต้นทบดอกที่เมื่อเราไปกู้มาแล้วจะต้องจ่ายไม่มีวันหมดสิ้น และยิ่งดอกเบี้ยของสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ง่ายๆ ที่โฆษณาอยู่ทุกวันนี้ก็ยิ่งร้ายใหญ่ เพราะหากว่าจ่ายช้า ดอกเบี้ยก็อาจจะมากกว่าเงินต้นไปเลยก็เป็นได้ อย่างนี้เงินของเราก็อันตรธานหายไปหมดแน่

ดังนั้นสิ่งที่ เราจะต้องทำก็คือ เราจะต้องใช้จ่ายเงินให้ตี อย่าใช้จ่ายเงินเกินตัว หากไม่มีและยังไม่จำเป็นก็ให้เก็บเอาไว้ก่อน ยังไม่ต้องซื้อ หากว่าเพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ต้องไปกับเพื่อนทุกครั้ง เพราะว่าอาจจะทำให้เงินในกระเป๋าของเราหายไปในพริบตาไต้ทันที

2. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของเราเอง

ไม่ว่าเราจะโสดหรือว่ามีครอบครัวแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ การทำบัญซีรายรับรายจ่ายเป็นของตัวเอง โดยกำหนดว่าในวันๆ หนึ่งนั้น เราใช้จ่ายอะไรไปบ้าง มีรายรับเท่าไร และมีรายจ่ายใดบ้างที่จำเป็น ซึ่งก็จะทำให้เราสามารถเห็นสภาพทางการเงิน และแนวทางการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดีทีเดียว

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นสำคัญมาก ไม่จำเป็นจะต้องเป็นห้างร้านหรือว่าเป็นบริษัทใหญ่โตก็ต้องทำ คนส่วนใหญ่นั้นมักจะละเลยในจุดนี้ ทำให้ฐานะทางการเงินค่อนข้างกระท่อนกระแท่น หรือหมุนเงินไม่ค่อยทัน ไม่มีเงินเก็บ ดังนั้นเราควรจะมีสมุดบัญชีเอาไว้แล้วเขียนค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินเล็กน้อยแค่ไหนก็ให้เขียนแจกแจงไปทั้งหมด

3. ตัดสิ่งของกี่ไบ่จำเป็นออกไป

หากว่าเราลองทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้ว เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเราได้ใช้จ่ายอะไรที่เกินตัวไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นของเล็กๆ น้อยๆ หรือว่าของชิ้นใหญ่ๆ ที่ไม่จำเป็น ซึ่งของบางอย่างนั้นเราก็อาจจะไม่ได้ซื้อมาใช้ประโยชน์อะไรนัก เพียงแต่ชื้อมาเพื่อให้ตัวเองรู้สิกดีทีได้ซื้อมาแค่นั้นเอง นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินทองของเรารั่วไหลออกไปอย่างไม่มีวันจบสิ้นเสิยที

เคล็ดลับก็คือ ก่อนที่เราจะซื้ออะไร ให้เราหยิบของชิ้นนั้น จากนั้นก็หลับตานึกถึงประโยชน์ของมัน ความจำเป็นที่เราจะต้องใช้ ความสมเหตุสมผลระหว่างคุณภาพกับราคา หากว่าไม่มี 3 ข้อนี้เป็นอย่างต่ำก็ให้เราวางของชิ้นนั้นลง แล้วเดินไปทางอื่นเสิยเถิด อย่าไปคิดเสียดาย เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานเราก็จะลืมของชิ้นนึ๋ไปเอง เพราะว่ามันไม่ได้จำเป็นอะไรกับชีวิตของเราเลย

4. แยกแยะระหว่างความต้องการกับความจำเป็น

คุณจะประหยัดเงินได้มากมายถ้าคุณแยกแยะระหว่างความต้องการ (want) กับความจำเป็น (need) ความจำเป็นคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ เช่น ที่พักอาศัย อาหาร เสื้อผ้า การขนส่ง ความต้องการคือสามารถทำให้คุณภาพครอบครัวคุณดีขึ้น รถคือความจำเป็น แต่รถสปอร์ตราคาเป็นล้านคือความต้องการ คุณอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ผมมีความจำเป็นที่จะต้อง…” แต่ความหมายที่แท้จริงคือ “จริง ๆ แล้วผมต้องการ…” นี่ไม่ได้แนะนำว่าไม่ให้คุณซื้อของที่ต้องการ (แค่จะให้คุณเห็นความต่างระหว่างความจำเป็น และความต้องการเท่านั้น) และทำให้ตัวเลขในบัญชีของคุณทำงานได้ประหยัดขึ้น

5. ไม่ติดแบรนด์

อาจจะขึ้นอยู่กับช่วงที่เศรษฐกิจกำลังขึ้น หรืออาจจะเป็น “การทำตัวให้เทียมหน้าเทียมตาคนอื่น” อาจจะเป็นอัตตา แต่ทุกคนเป็นเช่นนี้ เราดูเหมือนที่จะยืนยันที่ใช้สิ่งที่แพงที่สุดและดีที่สุด เมื่อรถราคา 100,000 บาท อาจจะยอมรับได้ แต่เราก็ยังพยายามซื้อรถในราคา 1,000,000 บาทอยู่ดี เสื้อราคา 500 บาทก็คุณภาพดีแต่เราเลือกที่จะซื้อเสื้อราคา 2,500 บาท เพียงเพราะมีชื่อดีไชเนอร์แปะอยู่ เราเลือกอาหารค่ำที่ภัตตาคารหรูในราคา 1,000 บาท แทนอาหารมื้อละ 200 บาทที่อร่อยพอกัน

ไตร่ตรองว่าคุณใช้เงินไปกับอะไรและแก้ไขปรับปรุงนิสัยในการ ใช้จ่ายเงิน

6. อย่าซื้อเพราะเพียงแค่ราคาถูกหรือลดราคา

หลาย ๆ คนหมดเงินไปกับการชื้อของราคาถูก หรือของลดราคาเป็นจำนวนมาก เพราะคิดว่ามันคุ้มค่าและประหยัดเงิน แต่บางครั้งนั้นเมื่อลองพิจารณาดีๆ แล้ว เราจะพบว่าของราคาถูก หรือว่าของลดราคาก็ทำให้เราหมดเงินไปมากเหมือนกัน

อย่างที่คนเขาพูดกันว่า “ของดีและถูกไม่มึในโลกจริงๆ” เพราะส่วนใหญ่แล้วเมื่อของถูกแน่นอนว่าคุณภาพของมันก็ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นเมี่อซี้อของถูกมา ไม่นานนักมันก็พังไป ทำให้เราต้องเสิยเงินซื้อใหม่ ดังนั้นทางที่ดีก็ให้เราดูคุณภาพ และราคาประกอบกันด้วย ซึ่งหากว่าคุณภาพต่ำ แล้วหากว่าเพิ่มเงินเพียงนิดหน่อยก็จะได้ของที่คงทน และคุณภาพที่ดีกว่ามาใช้ ก็ควรจะซื้อของที่มีคุณภาพมาตีกว่า แต่ก็ไม่ต้องซื้อแบบที่มีออฟชั่นมากมาย เอาแค่เพียงพอกับที่เราใช้ก็พอ

นอกจากนี้ของลดราคาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเสืยเงินเสียทองไปมากมายเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเราเห็นเขาลดราคาเยอะๆ ก็อดไม่ได้ที่จะซื้อ เพราะคิดว่าคุ้มค่า แด่หลายๆ อย่างเราก็ซื้อมาเพียงแค่เพราะมันถูก แต่ไม่ได้ใช้งานอะไรได้จริง ดังนั้นทางทื่ดี เราควรจะคิดก่อนที่จะซื้อ ไม่ว่าจะเป็นของลดราคาหรือว่าเป็นของราคาถูกก็ตาม

7. เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะยุ่งยากในระยะแรกๆ เพราะเรานั้นไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าของแบบนี้ที่ไหนจะขายถูก ขายแพง ซึ่งหากว่าเราเสืยเวลาหาแหล่งที่ขายของถูกใกล้บ้าน หรีอที่ทำงาบได้แล้ว เราก็ควรจะยึดแหล่งนั้นเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นของใช้ภายในบ้านอย่างผงซักฟอก นํ้ายาปรับผ้านุ่ม นํ้ายาล้างจาน หรีอว่าจะเป็นเสือผ้า เครื่องนุ่งห่มต่างๆ

บางทีเราอาจจะมองข้ามว่าของราคาต่างกันไม่กี่บาท จะทำให้เราเสียเวลา แต่ให้เราลองคิดว่า เราจำเป็นต้องใช้ของต่างๆ เหล่านี้อยู่ทุกวัน เงินไม่กี่บาทตรงนี้ พอรวบรวมนานๆ เข้าก็กลายเป็นร้อยเป็นพันได้เหมือนกัน หากว่าเราละเลยไม่ใส่ใจ เงินที่ควรจะเป็นเงินออมตรงนี้ ก็จะหายไปในพริบตา

8. ลองก่อนซื้อ

นี่คือวิธีที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องใช้เงินแบบไม่ประหยัดอีกต่อไป ก่อนหน้าที่จะซื้อของคุณควรที่จะขอลองใช้ของสิ่งนั้นก่อนไม่ว่าจะเป็นการยืมหรือเช่า โดยเฉพาะสิ่งของที่มีราคาสูง ๆ ถ้าคุณรู้สึกเบื่อหรือพิจารณาแล้วว่าคุณไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันคุณก็ไม่ต้องซื้อ

สิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องจำเอาไว้ เมื่อเรามาซื้อของก็คือ อย่าลืมรวมค่ารถค่านํ้ามันไปกับค่าซี้อของด้วย เพราะแม้ว่าค่าของจะถูกจริง แต่ไม่คุ้มกับค่ารถหรีอว่าค่าน้ำมัน ก็ไม่ควรที่จะลงทุน เราควรจะหาซื้อของราคาถูก แถวบ้านหรือว่าแถวที่ทำงาน เพื่อประหยัดทั้งค่าของและค่ารถ

บทความการออมเงินอย่างฉลาดนี้ ก็น่าจะทำให้ผู้อ่านหลายๆ ท่าน หันมาออมเงินใช้ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้ากันมากขึ้นนะครับ