ทั่วๆ ไป

เคล็ดลับการทำงานอย่างสุขใจ

ทำงานอย่างสุขใจ

 

เชื่อว่าหลายๆท่านที่กำลังทำงานประจำอยู่คงกำลังเบื่องานของตัวเองเป็นแน่แท้ แม้นึกอยากจะลาออกเปลี่ยนไปทำงานอื่นแต่ก็ทำไม่ได้ เนื่องด้วยความจำเป็นต่างๆ บีบคั้นอยู่ จึงจำเป็นต้องก้มหน้าอดทนทำงานต่อไปแม้ว่าใจนั้นจะไม่ได้นึกชอบงานของตนเลยก็ตาม ในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนงานได้สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือเปลี่ยนมุมมองของใจตนเองเท่านั้น เพื่อที่ว่าจะได้ใช้ชีวิตการทำงานไปในทุกๆวันอย่างมีความสุข สำหรับเคล็ดลับการทำงานอย่างสุขใจนั้นมีดังนี้

1.เริ่มงานด้วยความสดชื่น และกระตือรือร้น กระปรี้กระเปร่า

แม้ว่าจะรู้สึกเบื่องานสักเพียงใด แต่หากในทุกๆวันเราเริ่มงานด้วยความสดชื่น สดใจ จะทำให้จิตใจแจ่มใส ปลอดโปร่ง และพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาหรืองานต่างๆได้เต็มที่ไม่ว่างานนั้นจะยากหรือง่ายมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้แล้วยังจะสามารถช่วยทำให้ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย

2.เปลี่ยนแปลงบุคลิกให้กับตำแหน่งงาน

บุคลิกภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำงาน หากงานของคุณเป็นงานบริการ หรืองานที่ต้องมีการติดต่อประสานงานกับผู้คนมากมาย ควรจะยิ้มแย้มและพูดคุยกับลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานอย่างรู้กาละเทศะ รู้จักอดทนอดกลั้น ปัญหาระหว่างการทำงานมักจะมีมาเสมอทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว จำเป็นจะต้องรู้จักข่มกลั้นใจไว้ไม่ให้โกรธหรือแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว ควรคิด พูดจาอย่างมีเหตุผลและรู้จักการประนีประนอมเพื่อบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน

3.ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานของท่าน การทำงานซ้ำๆซากๆอยู่ทุกวันนั้นมักจะทำให้เรารู้สึกจำเจเบื่อหน่าย จนทำงานไปด้วยความเคยชินโดยไม่ได้คิดปรับปรุงงานให้ดีขึ้น เราควรมีความกระตือรือร้นที่จะหาความรู้ใหม่ๆมาพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม จนงานของเรามีความโดดเด่นและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นหนทางก้าวไปสู่การเลื่อนตำแหน่งของคุณก็เป็นได้

4.แบ่งงานออกเป็นส่วนต่างๆตามลำดับความสำคัญ

วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาจากเหตุการณ์ที่เวลามีเหลือไม่พอกับงานที่แสนสำคัญ เพราะธรรมชาติของคนเรานั้นมักจะเลือกทำงานง่ายที่สุดก่อน ให้คุณเลือกทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนเพราะมักจะเป็นงานที่กินเวลานาน ส่วนงานง่ายๆเก็บไว้ทำทีหลังอย่างสบายใจดีกว่า

5.เขียนบันทึกเพื่อเตือนตนเอง

บางครั้งอาจจะมีบางสิ่งที่เราทำผิดพลาดในงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าจะเตือนตนเองสักแค่ไหนก็ยังเผลอทำจนได้ ให้คุณลองหากระดาษnotepad ที่ใช้แปะกันลืมมาแปะติดไว้ที่โต๊ะทำงานตามมุมที่มองเห็นง่าย เมื่อเราอ่านกระดาษข้อความเหล่านี้อยู่ทุกวันจิตใจก็จะซึมซับเข้าไปในจิตใต้สำนึกและปฏิบัติตามในที่สุด

6.อย่าเครียดและจริงจังกับงานมากเกินไป

จริงจังกับงานได้แต่อย่ามากจนเกินพอดี ควรหยุดพักบ้างหากรู้สึกเหนื่อยหรือเครียดมากเกินไป และที่สำคัญอย่าโกรธหรือโทษตัวเองเมื่อทำผิดพลาด ไม่มีสิ่งใดที่ถือว่าผิดพลาดหากเราได้ทำอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว ให้นำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนแล้วเริ่มต้นใหม่

7.แบ่งเวลาทำงานและพักผ่อนให้สมดุลกัน

อาจมีหลายครั้งที่งานเร่งจนคุณโหมทำลืมพักผ่อน เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนั้นควรกำหนดเวลาอย่างชัดเจนว่าช่วงไหนคือเวลางาน ช่วงไหนคือเวลาพัก เพราะแม้แต่เครื่องจักรก็ยังต้องการการหยุดพักเพื่อปรับสภาพที่สมดุล ร่างกายมนุษย์ก็เช่นกัน แม้งานจะเร่งสักเพียงใดแต่หากทำงานโดยไม่หยุดพักร่างกายและสมองของเราก็จะเหนื่อยล้า และส่งผลให้งานที่สำเร็จได้มาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ต้องนำกลับไปแก้ไขใหม่อยู่เรื่อยไป