วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการขายเทียนแฟนซี พร้อมวิธีทำเทียนแฟนซี

เทียนแฟนซี

 

เทียนแฟนซีนั้นเป็นชิ้นงานศิลปะประเภทหนึ่ง ที่มีรูปแบบและสีสรรสวยงามสะดุดตาเทียนแฟนซีเหมาะสำหรับนำมาเป็นของตกแต่งบ้านหรือเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น วันรับปริญญา วันวาเลนไทน์วันปีใหม่ วันเกิด เป็นต้นการทำเทียนนั้นใช้เงินลงทุนน้อย แต่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าวิธีพื้นฐานขั้นต้นในการทำเทียนนั้นก็ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจ และคุณภาพของสินค้า

การหล่อเทียนให้ได้คุณภาพ ผู้ทำควรใช้วัตถุดิบแบบผง เพราะมีความสะดวก สีใส และราคาไม่แพงกรณีที่ทำเทียนหลายสี ผู้ทำควรแยกหม้อหล่อเทียนต่างหาก ไม่ให้ปะปนกัน ถ้าใช้หม้อเดียวกันทำทุกสี จะได้เนื้อเทียนสีหม่น ไม่สวยสถานที่ในการทำเทียนจะต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวกการหล่อเทียนต้องใช้ความร้อนสูงมาก ถ้าไฟลุกไหม้แล้วจะดับด้วยน้ำไม่ได้ต้องใช้ฝาหม้อปิดหรือนำผ้าชุบน้ำคลุมไว้ เพื่อไม่ให้อากาศผ่านเข้าไปได้

งานเทียนต้องมีความละเอียด และความปราณีต โดยส่วนผสมของเทียนต้องเหมาะกับการนำไปใช้งานมากที่สุด เช่น งานหล่อประเภทเทียนหอม ไม่ควรใส่ไมโคแว็กซ์มากเกินไป เพราะจะทำให้มีควันมากจนอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ แต่ถ้างานปั้นส่วนมากใช้ประโยชน์ในการตั้งโชว์เพื่อความสวยงาม งานประเภทนี้ไม่ควรใส่พีอีเยอะเกิน เพราะทำให้งานไม่สวยงาม เนื่องจากพีอีมีคุณสมบัติทำให้เนื้อเทียนขุ่น

สูตรเทียนแฟนซี

ส่วนผสม

1. พาราฟิน 1 กิโลกรัม
– พาราฟิน หรือเรียกอีกชื่อว่าเคโรซีน เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซึ่งกลั่นแยกออกจากน้ำมันดิบ ซึ่งพาราฟินแข็งจะนำมาใช้ผลิตเทียนพาราฟินที่นำมาทำเทียนมีสองชนิด คือ Normal Paraffin เป็นส่วนเหลือจากการกลั่นน้ำมัน หรือที่เรียก กันว่ากากน้ำมัน ลักษณะจะแข็งๆ สีขาวขุ่น บางครั้งก็มีสีเหลือง กลิ่นคล้ายน้ำมันก๊าด มีจุดหลอมเหลวที่ 40-50 องศาเซลเซียส ถ้าเอาพาราฟินชนิดนี้มาทำเทียน เทียนจะอ่อนตัวง่าย มีควันมาก และอีกชนิดคือ Fully Paraffin ได้มาจากการสกัด Normal Paraffin เป็นของแข็งๆ สีขาวใส ไม่มีกลิ่น จุดหลอมเหลวที่ 60-70 องศาเซลเซียส
2. สเตียริน 8 ช้อนโต๊ะ
– สเตียริน คือ แว๊กซ์แข็งสีขาวใช้เป็นส่วนผสมของพาราฟีน ประมาณ 10% เพื่อเพิ่มการหดตัวในการทำเทียนหล่อ ทำให้เทียนหลุดจาก พิมพ์ง่าย เทียนจะเป็นเงา และมีสีสดใส
3. ไมโครแว็คซ์ 300 กรัม
– ไมโครแว็คซ์ คือ แว๊กซ์ทำจากธรรมชาติมีกลิ่นหอมอ่อนๆ หรือบางทีก็เรียกว่าขี้ผึ้ง ใช้ผสมกับพาราฟิน ประมาณ 1% เพื่อเพิ่มระยะเวลาผาไหม้ของเทียน และช่วยทำให้สีของเทียนสดขึ้น
4. ไส้เทียน 1 เมตร
– ไส้เทียนทำจากเส้นใยธรรมชาติ 100% มีขนาดต่างๆกัน ซึ่งก็แล้วแต่ความเหมาะสม
5. น้ำหอม 50 กรัม
– ช่วยทำให้เทียนมีกลิ่นหอมน่าใช้ มีหลายกลิ่นให้เลือกใช้ เช่น กลิ่นกุหลาบ ส้ม สตรอเบอร์รี มะลิ ลาเวนเดอร์ กำยาน ฯลฯ เลือกใช้ได้ตาม สีของเทียน หรือโอกาส
6. สีเทียนสำเร็จรูป
– สีเทียนช่วยทำให้เทียนมีสีสวยน่าใช้ การใช้แผ่นสีเทียนช่วยให้สะดวกในการผสมสีเข้ากับเทียน หากใส่สีมาก สีจะเข้มมาก หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนเลย โดยดูที่กล่องมันจะระบุว่าเป็น Oil Color หรือ Color Wax คือใช้สีพวกสีน้ำมัน จะเป็นผง ครีม แท่ง แล้วแต่ความชอบ สีเทียน สีชอล์ก หรือสีน้ำมันหลอดก็ใช้ได้เหมือนกัน

วิธีทำเทียนแฟนซี

1. นำพาราฟินกับไมโครแว็คซ์ และสเตียรินใส่หม้อตั้งไฟให้ละลาย
2. ยกหม้อลงจากเตา เทใส่ภาชนะแก้ว และเทสีใส่ลงไป และใส่น้ำหอมคนให้เข้ากัน
3. เอาไส้เทียนประมาณ 15 เซนติเมตร วางตรงกลางพิมพ์ โดยร้อยกับเหรียญเพื่อให้ไส้เทียนตรง แล้วเทเทียนตอนที่ยังร้อนอยู่ ตามลายที่ต้องการ หรือ เอาลายเทียนสำเร็จรูปวางก็ได้
4. ทิ้งให้เย็น รอให้เทียนแข็งตัว จึงค่อยแกะออกจากพิมพ์ ก็เสร็จพร้อมขายได้เลย

เทคนิคขณะทำเทียนแฟนซี

1. ใช้หม้อ 2 ชั้นในการต้มเทียน ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดี และปลอดภัย
2. อย่าต้มเทียนในอุณหภูมิที่สูงเกินกว่า 100 องศา เพราะน้ำเทียนจะติดไฟ ได้ง่าย
3. ถ้าเทียนที่กำลังต้มอยู่ติดไฟ ให้ปิดแก๊ส หรือดึงปลั๊กไฟออกทันทีอย่าเคลื่อน ย้ายหม้อต้ม หรือใช้น้ำดับไฟ (ถ้าต้องการดับไฟให้ปิดฝาหม้อหรือใช้ ผ้าชื้นๆ ปกคลุมฝาหม้อไว้)
4. ถ้าเทียนหกบนพื้นหรือโต๊ะ ต้องคอยจนกว่าเทียนเย็น หรือแข็งตัวแล้วขูดออก
5. อย่าเทเทียนเหลวลงในท่อน้ำ เพราะจะทำให้ท่อน้ำอุดตัน

การตกแต่งเทียนแฟนซีเพิ่มเติม

1. หั่นแผ่นสีเทียนเป็นชิ้นสามเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมเล็กๆ แล้วโรยในพิมพ์ จากนั้นจึงเทเทียนที่ผสมแล้วลงพิมพ์ ควรใช้ชิ้นสีหลายๆ สี และเลือกสีที่เข้มกว่าสีเทียนที่จะเท เพื่อให้สีต่างๆ สามารถมองทะลุเทียน ออกมาได้
2. ตกแต่งพื้นผิวด้านนอกของเทียนด้วยเทียนแฟนซีที่เป็นรูปดอกไม้ หรือรูปทรงอื่น ให้ตกแต่งทีละด้าน จุ่มเทียนแฟนซีในน้ำเทียนบาง ๆ แล้วนำไปติดข้างในพิมพ์ด้านที่ต้องการตกแต่ง จากนั้นจึงเทเทียน ที่ผสมแล้วลงไป หรือวางชิ้นเทียนแฟนซีลงบนพิมพ์ด้านใน จากนั้นนาบด้วยมีด หรือโลหะที่ร้อนที่ด้านนอกของพิมพ์ เพียง 1 นาที ชิ้นเทียนแฟนซีก็จะติดที่พิมพ์ จากนั้นจึงเทเทียนที่ผสมแล้วลงไป
3. การทำเทียน 2 สี ให้เทเทียนสี ที่ 1 ลงไปในพิมพ์ ปล่อยให้เทียนเกือบแข็งตัว( สังเกตุดูเนื้อเทียนจะเป็นสีขุ่นมาก )แล้วเทเทียนสี ที่ 2 ลงไป อาจทำสลับกันเป็นชั้นๆ แต่ต้องทิ้งให้แต่ละชั้นเย็นตัวเสียก่อน แต่ไม่แข็ง

ซึ่งการทำเทียนสูตรอื่นๆ อาจจะไม่มีการผสมไมโครแว็กซ์ลงไป การผสมแว็กซ์จะช่วยทำให้เนื้อเทียนสวย เพิ่มระยะเวลา เผาไหม้ของเทียนให้นานขึ้น

เทียนแฟนซีสุดสวย

ทำเทียนแฟนซีขายอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

การทำเทียนแฟนซีให้สวยงามถูกใจลูกค้านั้น ผู้ทำจำเป็นต้องมีความละเอียดอ่อน มีความคิดสร้างสรรค์ ในการออกแบบสินค้าให้โดดเด่น น่าสนใจ คนที่คิดผลิตเทียนแฟนซีขายจะปิดตัวเองไม่ได้ต้องเรียนรู้รสนิยมของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แต่ละวัยให้มากที่สุดเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบเทียนให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะทำสินค้าที่มองดูง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ลูกค้าเห็นแล้วถูกใจถ้าคิดจะทำธุรกิจเทียนแฟนซีให้ประสบความสำเร็จ ผู้ทำต้องมีความคิดเป็นผู้นำคนอื่น ทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำซึ่งธุรกิจนี้นั้นสามารถเติบโตต่อยอดไปยังตลาดต่างประเทศได้ไม่ยาก เพราะด้วยความเป็นสินค้าแฮนเมด ที่ขายไอเดียจากมันสมอง น่าจะเติบโตได้ไม่ยาก

ในส่วนของเทียนแฟนซีที่อยากจะแนะนำ เป็นประเภทการปั้นเทียนเป็นขนม หรืออาหารต่างๆ ซึ่งมีความยากในการทำ และต้องอาศัยฝีมือความประณีตเป็นอย่างมาก แต่หากเทียนปั้นจำลองขนม หรืออาหารนี้ กลับถูกใจตลาดต่างประเทศมาก เพราะสามารถนำไปเป็นสินค้าสาธิต จัดวางงานแสดง หรือเป็นของขวัญของฝากได้ไม่แพ้งานปั้นอื่นๆ ซึ่งเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการขายเทียนปั้นขนม จากความตั้งใจของ คุณอาริสรา นุกูล เจ้าของแบรนด์เทียนแฮนด์เมดที่ผันตัวเองจากสถาปนิก สู่ธุรกิจปั้นเทียน เริ่มต้นจากการปั้นขนมไทยๆ ขายที่ตลาดหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากนั้นเริ่มขยับขยายมาปั้นเทียนอาหารนานาชาติ จนมีออเดอร์จากต่างประเทศมากมาย

เทียนแฟนซีจะต้องการประยุกต์เข้ากับงานต่างๆให้ได้มากที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นงานออแกไนซ์ งานในบริษัท หรือองค์กรต่างๆ เนื่องจากงานเหล่านั้น จำเป็นต้องเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศภายในงานให้มีความพิเศษ หรือใช้สำหรับเป็นของที่ระลึก ตามรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งความหมายของการให้เทียนก็เปรียบเสมือนให้แสงสว่างในชีวิต หรือแม้แต่ประโยชน์ที่ใช้ในการบำบัดรักษาอาการบางโรค ด้วยการใส่ส่วนผสมน้ำหอมเพื่อบำบัดโรค เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยในผู้มีปัญหานอนหลับยาก และความดันสูง ถ้าเป็นกลิ่นเปปเปอร์มิ้นท์จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด สำหรับกลิ่นตะไคร้ ยูคาลิปตัส จะช่วยไล่แมลงไล่ยุงเป็นต้น

ซึ่งหากใครสนใจธุรกิจประเภทนี้อยู่หล่ะก็ ปัจจุบันมีสถาบันที่เปิดสอนทำเทียนอยู่มากมาย ซึ่งธุรกิจนี้เป็นแฮนเมดฉะนั้น ผู้ขายจะต้องใช้ความตั้งใจฝึกฝนด้วย เพื่อที่ว่า สินค้าที่ขายจะได้มีคุณภาพที่ดี และได้มาตรฐาน ซึ่งเพื่อผ่านการฝึกฝนมาแล้วแน่นอนว่า ธุรกิจของคุณไปได้สวยแน่นอน