วิธีการเป็นคนรวย

รวยด้วยการขายหมอนฟักทอง

หมอนฟักทอง

 

“ผ้าต่วน” และ “ผ้าตาด ลายไทย” หลายคนที่ไม่ได้ทำงานผ้า อาจจะไม่รู้จัก แต่ใครจะรู้ว่าสามารถนำมาจับเป็นสม๊อก ได้สวยงาม จนใครเห็นแล้วต้องทึ่งในความงาม อย่างลงตัวของผ้าชนิดนี้ หมอนฟักทองเป็นงานฝีมือที่ค่อนข้างละเอียด และสวยงาม เหมาะสำหรับไว้ใช้ในงานแต่งงาน งานบวช หรือเป็นของฝากก็ได้อีกด้วย

ลักษณะอาชีพ

เป็นงานฝีมือที่อาศัยความละเอียดอ่อน และความประณีต ชำนาญ อีกทั้งความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากบางครั้งต้องคิดลายที่จะปักเองไม่มีแบบ นั่นคือต้องทั้งปัก และออกแบบเอง อีกทั้งงานปักผ้าเป็นงานอีกงานที่ต้องทำทีละเล็กทีละน้อย และเป็นขั้นตอน ต้องมีการเลือกด้ายให้เหมาะกับสีผ้าด้วย ซึ่งหมอนฟักทองนี้เหมาะสำหรับนำไปเป็นของรับไหว้ในงานแต่งงาน หรือหมอนรองสำหรับรดน้ำสังข์ หรือใช้ในงานบวช อาจจะประดับตกแต่งในรถยนต์ ใช้เป็นของประดับตกแต่งบ้าน หรือนำไปเป็นของฝาก เป็นต้น

การลงทุน

ต้นทุนต่อหมอน 1 คู่อยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท สำหรับขนาด 11-14 นิ้ว

วัสดุอุปกรณ์

1. ผ้าต่วน และผ้าตาด ลายไทย ราคาเมตรละประมาณ 45-60 บาท หน้ากว้าง 44นิ้ว ผ้า 1เมตรทำหมอนฟักทองได้ 1 คู่ (2ใบ) ขนาดหมอน 11-14 นิ้ว ขึ้นอยู่กับแบบที่เราเลือก
2. ด้ายเย็บ 1 ม้วน สีเดียวกับผ้า
3. เข็มสอย 1 อัน ใช้เข็มสอย เพราะมีขนาดเล็ก สามารถปักได้ง่าย
4. กระดุมปั๊ม 4 เม็ด สำหรับหมอน 1 คู่
5. เชือกไนลอนสำหรับเย็บกับกระดุมปั๊ม เพื่อดึงกระดุมทั้งสองด้านให้ตึง
6. นุ่นสำหรับยัดหมอน ไม่แนะนำให้ใช้ใยโพลีเอสเตอร์ เนื่องจากต้องใช้ปริมาณมากและราคาแพง
( ใยโพลีเอสเตอร์ราคากิโลกรัมละ 120-150 บาท)

รายได้

ราคาหมอนอยู่ที่ใบละประมาณ 200-550 บาท สำหรับขนาด 11-14 นิ้ว ขึ้นอยู่กับขนาดและความยาก ง่ายของลายหมอน โดยปกติจะขายเป็นคู่ เพราะในงานแต่งงาน หรืองานบวชจะใช้เป็นคู่ และสีเดียวกัน

แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์

1. ร้านจำหน่ายสำหรับงานฝีมือ
2. ร้านขายผ้าทั่วไป ถ้าอยากได้ผ้าราคาถูก แนะนำหาซื้อที่สำเพ็ง

การขายและการตลาด

1. หากจะมีหน้าร้านให้เลือกหน้าร้านที่เป็นแหล่งชุมชน ติดถนน ผู้คนเดินผ่านไปมาและเห็นง่าย หรือหากใกล้วัดก็ดี เนื่องจากเวลามีงานบวช คนมักหาซื้อเครื่องสังฆภัณฑ์ บริเวณร้านใกล้ๆ วัด หรือผู้คนที่มางานบวชจะได้เห็นผ่านตา
2. หากตั้งโต๊ะขายตามตลาดนัด ควรเลือกโซนที่ผู้คนมองเห็นง่าย โต๊ะที่ใช้ต้องสูงพอประมาณ อย่าสูงเกินไป หรือเตี้ยเกินไป ให้สูงประมาณระดับสายตา
3. หากไม่มีหน้าร้านต้องการขายทางอินเตอร์เนต ต้องมีการทำเว็บไซต์ และโปรโมตเว็บเพื่อให้ผู้คนรู้จักและเข้าเยี่ยมชม
4. แนะนำให้ขายตามงานออกบูธ เช่น งานกลุ่มแม่บ้าน งานฝีมือ หรืองานหัตถกรรม เป็นต้น ซึ่งงานพวกนั้นผู้คนหลากหลาย และง่ายกว่าที่สิ้นค้าของเราจะเป็นที่รู้จัก
5. มีการติดป้ายราคาให้ชัดเจนทุกแบบ ทุกสี
6. ต้องจัดให้มีสิ้นค้าหลากหลาย เช่น หมอนฟักทองขนาดต่างๆ ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ คละขนาด คละลาย หรืออาจจะนำผ้ามาจับสม๊อกแปลงเป็นผลิตภัณฑ์อื่น เช่น กล่องใส่กระดาษทิชชู่ พวงกุญแจ ปลอกหมอน หมอนอิง เป็นต้น

กลุ่มลูกค้า

กลุ่มคนทั่วไป วัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุ